CAAT ยอดบินปลายปี 68 พุ่งต่อเนื่อง เพิ่ม 66 เที่ยวบิน-ลดค่าตั๋ว 30% รองรับ ปชช. เดินทางปีใหม่
พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การเดินทางทางอากาศในช่วงเดือนธันวาคม 2568 พบว่า ปริมาณผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า โดยตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมา จำนวนผู้โดยสารรายวันเพิ่มขึ้นทุกวัน สะท้อนความต้องการเดินทางที่สูงขึ้นในช่วงปลายปีและใกล้เทศกาลปีใหม่
พลอากาศเอก มนัท กล่าวว่า ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 21 ธันวาคม 2568 ระบุว่า มีผู้โดยสารเดินทางผ่านท่าอากาศยานทั่วประเทศรวมประมาณ 479,979 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารภายในประเทศราว 208,040 คน และผู้โดยสารระหว่างประเทศประมาณ 271,939 คน ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยคาดว่าปริมาณการเดินทางจะสูงสุดในช่วงวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และ 4 มกราคม 2569 พลอากาศเอก มนัท กล่าวว่า สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ เส้นทางระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีนมีผู้โดยสารประมาณ 19,852 คน คิดเป็นร้อยละ 75 ของระดับก่อนโควิด-19 ขณะที่ผู้โดยสารจากประเทศอินเดียมีจำนวน 10,616 คน สูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 ประมาณร้อยละ 10 ส่วนการเดินทางภายในประเทศ พบว่าท่าอากาศยานดอนเมืองมีผู้โดยสารสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 63,981 คนต่อวัน รองลงมาคือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประมาณ 36,499 คนต่อวัน ตามด้วยเชียงใหม่และภูเก็ตที่มีผู้โดยสารราว 20,000 คนต่อวัน
พลอากาศเอก มนัท กล่าวว่า จากความต้องการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงเทศกาลปีใหม่ กระทรวงคมนาคมและ CAAT ได้ออกมาตรการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยบูรณาการความร่วมมือกับสายการบินและหน่วยงานด้านการบินที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มจำนวนที่นั่ง ลดราคาค่าโดยสาร และเตรียมความพร้อมด้านการให้บริการอย่างรอบด้าน CAAT ย้ำว่า จะติดตามและกำกับดูแลราคาค่าโดยสารอย่างใกล้ชิดให้เป็นไปตามกฎหมาย พร้อมแนะนำให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เลือกซื้อตั๋วโดยตรงจากสายการบิน และเผื่อเวลาเดินทางไปสนามบิน
พลอากาศเอก มนัท กล่าวว่า CAAT ร่วมกับ สายการบินของไทย ได้จัดเที่ยวบินพิเศษเพื่อเพิ่มที่นั่งรองรับความต้องการ รวมทั้งสิ้น 11,312 ที่นั่ง จำนวน 66 เที่ยวบิน ครอบคลุม 6 เส้นทางบินไป–กลับ ได้แก่ กรุงเทพฯ–กระบี่ กรุงเทพฯ–เชียงใหม่ กรุงเทพฯ–เชียงราย กรุงเทพฯ–ขอนแก่น กรุงเทพฯ–ตรัง และกรุงเทพฯ–สมุย ขณะเดียวกัน สายการบินของไทยยังร่วมลดราคาค่าโดยสารร้อยละ 30 จากอัตราเพดานสูงสุด รวม 36,620 ที่นั่ง จำนวน 202 เที่ยวบิน ใน 11 เส้นทางหลักทั่วประเทศ
พลอากาศเอก มนัท กล่าวว่า ด้านหน่วยงานการบินอื่น ๆ ได้สนับสนุนมาตรการดังกล่าวอย่างเต็มที่ โดยบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ลดค่าบริการ Landing Charge และ Parking Charge ร้อยละ 30 สำหรับเที่ยวบินที่เข้าร่วมโครงการ ขณะที่บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด ลดค่าบริการการเดินอากาศร้อยละ 30 สำหรับเที่ยวบินพิเศษภายในประเทศ ส่วนกรมท่าอากาศยานได้ขยายเวลาเปิด–ปิดสนามบิน และเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อป้องกันผู้โดยสารตกค้าง

