PM 2.5 ปลุก เครื่องฟอกอากาศ คึก เพาเวอร์มอลล์สต๊อกเพิ่ม20% อ้อนรัฐบาลใหม่สานต่อ ‘อีซี่ อี-รีซีท’ กระตุกขาช้อป
เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม นายรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้าเพาเวอร์มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมยอดขายกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในปี 2568 ของเพาเวอร์มอลล์เติบโตประมาณ 5% สูงกว่าตลาดโดยรวม โดยได้ผลบวกจากช่วงต้นปีมีโครงการอีซี่ อี-รีซีท และฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ทำให้เครื่องฟอกอากาศขายดี หนุนยอดขายไตรมาสแรกโตกว่า 10% ขณะที่เครื่องปรับอากาศลดลง เนื่องจากปีนี้ร้อนน้อยและฝนมาเร็ว แต่ทำให้ยอดขายของเครื่องซักผ้าเติบโตถึง 2 ดิจิต ส่วนทีวียอดขายเติบโต5% ส่วนทางกับตลาดรวมที่ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะทีวีขนาดใหญ่ตั้งแต่ 85 นิ้วขึ้นไปที่มียอดขายปรับตัวดีขึ้นมาก
“สำหรับปี 2569 เรากำลังทำแผนการตลาดใหม่ เนื่องจากไม่มีโครงการอีซี่ อี-รีซีท หรือช้อปดีมีคืนเหมือนปีที่ผ่านมา เพื่อผลักดันยอดขายให้เติบโต 10% ตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งเป็นเป้าที่เราตั้งไว้ก่อนที่จะมีการยุบสภา ปีหน้าเราจึงต้องร่วมกับพันธมิตรทั้งสถาบันการเงิน ซัพพลายเออร์และแบรนด์ เพื่อหากลยุทธ์และกิจกรรมส่งเสริมการตลาดมากขึ้น ทั้งนี้หากเทียบกับการมีโครงการอีซี่ อีรี-ซีทกับไม่มีโครงการ พบว่าการมีโครงการทำให้เราสามารถผลักดันยอดขายได้สูงขึ้นถึง 20-25% “นายรัชตะกล่าว
นายรัชตะกล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้เพิ่มสต๊อกเครื่องซักฟอกอากาศมากขึ้นกว่า 20% เพื่อเตรียมรองรับความต้องการซื้อในช่วงเดือนธันวาคม 2568 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 จะมีค่าสูงขึ้นไม่ให้เกิดภาวะสินค้าขาดตลาดเหมือนช่วงที่ผ่านมา
“ส่วนของข้อเสนอต่อรัฐบาลใหม่ อยากให้มีการผลักดันนโยบายออกมาช่วยซัพพอร์ตและกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างโครงการอีซี่ อีรี-ซีทหรือช้อปดีมีคืนต่อไป รวมถึงการลดหย่อนภาษีอื่นๆ เช่น โครงการโซลาร์ภาคประชาชน สำหรับบ้านอยู่อาศัย ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท หรือโครงการลดหย่อนภาษีสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 เป็นต้น”นายรัชตะกล่าว
นายรัชตะยังกล่าวถึงกรณีกรมศุลกากรจะเริ่มจัดเก็บอากรสินค้านำเข้าจากแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 บาทขึ้นไปในวันที่ 1 มกราคม 2569 ว่า น่าจะส่งผลดีต่อการขายผ่านช่องทางออฟไลน์ รวมถึงส่งผลบวกต่อเพาเวอร์มอลล์ด้วยเช่นกัน เนื่องจากมาตรการดังกล่าวจะมีการคุมเข้มสำหรับการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์เท่านั้น ดังนั้นจึงมองว่าจะทำให้ลูกค้าให้ความสนใจกับการซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและเป็นแบรนด์มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังส่งผลดีต่อผู้ประกอบการของไทยด้วย

