หน้าแรก เศรษฐกิจ ศาลอุทธรณ์ ยก...

ศาลอุทธรณ์ ยกคำร้อง JKN ขอฟื้นฟูกิจการ ชี้บริหารการเงินภายใน ขาดธรรมาภิบาล

25.12.25 | 14:20 น.

ศาลอุทธรณ์ ยกคำร้อง JKN ขอฟื้นฟูกิจการ ชี้บริหารการเงินภายใน ขาดธรรมาภิบาล

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ที่ศาลล้มละลายกลาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ชำนัญพิเศษ แผนกคดีล้มละลายคดีหมายเลขแดงที่ 2894 – 2895 /2568 กรณี บริษัทเจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้โดยนายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ หรือแอน อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการพงษ์ใหญ่ของบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ โดยมีบริษัทนอร์ธ เฮเวน ไทย ไพรเวท เอดวิตี้ เจ็มมิไน คอมพานี (ฮ่องกง) ลิมิเต็ด ผู้คัดค้านที่ 13 และในฐานะเจ้าหนี้รายที่ 1512

คดีนี้ศาลล้มละลายกลางพิจารณาแล้วเห็นควรให้บริษัทเจเคเอ็น ฯฟื้นฟูกิจการได้ต่อมา บริษัทนอร์ธ เฮเวนฯยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลอุทธรณ์ฯและคำสั่งตั้งลูกหนี้เป็นผู้ทำแผนของศาลล้มละลายกลาง

ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกล้มละลายตรวจสำนวนแล้วเห็นว่าลูกหนี้ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนจำกัดประกอบธุรกิจเกี่ยวกับลิขสิทธิ์คอนเทนต์ การโฆษณา ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และธุรกิจการบริหารจัดการลิขสิทธิ์องค์กรนางงามจักรวาล (Miss Universe Organization) โดยมีเงินทุนหลักมาจากการออกหุ้นกู้จำนวนมาก ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559 -2566 รวม 17 ครั้ง ซึ่งในระยะแรกลูกหนี้ชำระหนี้หุ้นกู้คืนได้ครบทุกครั้ง จนถึงหุ้นกู้ครั้งที่7 ต่อมาลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ ครั้งที่ 8 (JKN239A) เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนวันที่1 กันยายน66 ทำให้หุ้นกู้ชุดที่ 12 -19 ต้องถึงกำหนดชำระโดยพลันตามข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้

รวมยอดหนี้ที่ถึงกำหนดชำระในทันที 3.212 พันล้านบาท ทั้งนี้ลูกหนี้ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงินจนตกเป็นบุคคลผู้ไม่สามารถที่จะชำระหนี้ตามกำหนด ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามพ.ร.บ.ล้มละลายพ.ศ.2483 มาตรา90/3 และมาตรา 90/4 (2) ที่จะยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการได้

Advertisement

อย่างไรก็ดีงบแสดงฐานะการเงินของลูกหนี้แสดงให้เห็นว่ากิจการของลูกหนี้เติบโตจากการก่อหนี้สินด้วยการออกหุ้นกู้หมุนเวียนเพื่อขยายธุรกิจ มิได้เติบโตจากความสามารถในการทำกำไร ข้อที่ลูกหนี้อ้างว่าได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ของบริษัท สตาร์ค คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น มีผลต่อการจำหน่ายหุ้นกู้ ของลูกหนี้นั้น เหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ของบริษัทดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังและไม่เกี่ยวข้องกับการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ของลูกหนี้แต่อย่างใด

ส่วนที่ลูกหนี้อ้างว่าขายธุรกิจองค์กรนางงามจักรวาลเพื่อจะแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการเงินในการทำธุรกรรมดังกล่าว ลูกหนี้ได้รับชำระเงินแล้วเพียง 3,700,000 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือเงินที่ยังไม่ได้รับชำระอีก 10,800,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งลูกหนี้ยังนำเงินเพิ่มทุนไปชำระหนี้กู้ยืม 300 ล้านบาท ให้แก่กรรมการผู้มีอำนาจบริหารลูกหนี้เสียเองก่อนเจ้าหนี้รายอื่น แสดงถึงการขาดธรรมาภิบาลของลูกหนี้ ปัญหาการประกอบธุรกิจของลูกหนี้จึงเกิดจากการบริหารงานอันเป็นปัจจัยภายในของลูกหนี้เอง และลูกหนี้ไม่ได้แสดงให้เห็นว่ามีช่องทางที่จะสามารถนำเงินมาชำระหนี้หรือบรรเทาความเสียหายแก่ประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าหนี้หุ้นกู้ได้มากน้อยเพียงใด กรณีจึงไม่มีเหตุอันสมควรและไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้ตามมาตรา 90/3

สำหรับอุทธรณ์ในชั้นให้ความเห็นชอบตั้งลูกหนี้เป็นผู้ทำแผนซึ่งเป็นขั้นตอนเกี่ยวเนื่องในการ ฟื้นฟูกิจการนั้น เมื่อวินิจฉัยแล้วว่าไม่มีเหตุอันสมควรและไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ได้ตามกฎหมาย จึงไม่มีประโยชน์ที่จะต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ส่วนนี้อีกต่อไป

จึงพิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ และให้จำหน่ายคดีในส่วนอุทธรณ์คำสั่งตั้งลูกหนี้เป็นผู้ทำแผนออกจากสารบบความ