คิกออฟโซลาร์ฟาร์มชุมชน1.5พันเมก รับส่วนลดค่าไฟนาน 25ปี ประชาพิจารณ์เกณฑ์ลงทุนถึง 6 ม.ค. 69
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500เมกะวัตต์ ว่า กกพ. มีมติเห็นชอบให้นำหลักการร่างระเบียบว่าด้วยการจัดหาไฟฟ้าจากโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน (Community-based Solar Power Generation Project) พ.ศ. … ไปรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนทั่วไป ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่เห็นชอบกรอบหลักการและมอบหมายให้ กกพ. ออกระเบียบและกำกับดูแลการจัดหาไฟฟ้าตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง สาระสำคัญของร่างระเบียบฉบับนี้ กำหนดให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นหน่วยงานหลักในการจัดหาและรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน มีอำนาจประกาศรายชื่อชุมชนที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ กำหนดปริมาณพลังไฟฟ้าเสนอขายที่เหมาะสมในแต่ละตำบล ประกาศศักยภาพระบบไฟฟ้า รายสายป้อน (Feeder) เปิดให้ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อระบบไฟฟ้า รวมถึงดำเนินการรับคำเสนอขายไฟฟ้าและคัดเลือกผู้ยื่นขอผลิตไฟฟ้าตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ภายใต้กรอบระยะเวลาดำเนินการในแต่ละขั้นตอน
ภายใต้ร่างระเบียบดังกล่าวกำหนดให้ กฟภ. จะต้องพิจารณาคัดเลือกโรงไฟฟ้าที่เสนอเข้าร่วมโครงการต้องมีคุณสมบัติและความพร้อมตามที่ กพช. กำหนด โดยชุมชนที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการต้องเป็นตำบลที่มีจำนวนครัวเรือนซึ่งเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย (ประเภท 1) ที่มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยย้อนหลัง 12 เดือนไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน ในสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของจำนวนครัวเรือนซึ่งเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย (ประเภท 1) ทั้งหมดในตำบลนั้นๆ และ กฟภ. จะเป็นผู้ประกาศหลักการในการกำหนดส่วนลดอัตราค่าไฟฟ้าให้ชุมชน ประกาศส่วนลดอัตราค่าไฟฟ้าและให้ส่วนลดอัตราค่าไฟฟ้าให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย (ประเภท 1) ในชุมชนที่โครงการตั้งอยู่ตามมติ กพช. ต่อไป ซึ่งการจัดหาไฟฟ้ายังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กกพ. เพื่อให้เกิดความเหมาะสม โปร่งใส และเป็นธรรมต่อประชาชนในพื้นที่
“เปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน กกพ. (www.erc.or.th) เป็นระยะเวลา 15 วัน ระหว่างวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 8 มกราคม 2569 ความคิดเห็นที่ได้รับจะถูกนำมาประกอบการพิจารณาปรับปรุงร่างระเบียบ ก่อนเสนอให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานพิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศใช้ต่อไป”นายพูลพัฒน์กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ผ่านมา กพช. มีมติเห็นชอบกรอบหลักการโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน รูปแบบโครงการจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ต่อแห่ง รวมกำลังการผลิตไม่เกิน 1,500 เมกะวัตต์ กฟภ.จะเป็นผู้รับซื้อไฟฟ้าจากโครงการ ด้วยอัตรา Feed-in Tariff (FiT) ในอัตรา 2.1679 บาทต่อหน่วย สัญญาซื้อขายไฟฟ้า มีระยะเวลา 25 ปี ในรูปแบบ Non-Firm พร้อมให้ส่วนลดค่าไฟฟ้ากับครัวเรือนที่มีสถานะเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย (ประเภท 1) ในชุมชนที่มีโรงไฟฟ้าได้รับการคัดเลือกมาแล้วมากกว่า 1 เดือน โดยมีสูตรการคำนวณส่วนลดค่าไฟฟ้าซึ่งได้คำนึงถึงอัตรารับซื้อไฟฟ้าจากโครงการและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการโครงข่ายระบบไฟฟ้าแล้ว
สำหรับการกำหนดพื้นที่ชุมชนที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินโครงการฯ จะต้องคำนึงถึงศักยภาพด้านพื้นที่ที่ใช้ในการพัฒนาโครงการให้สอดคล้องกับขนาดกำลังการผลิต ปริมาณและรูปแบบการใช้ไฟฟ้า (Load Profile) ของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย (ประเภท 1) ในพื้นที่ชุมชนให้สอดคล้องกับรูปแบบการผลิตไฟฟ้าของโครงการ และต้องคำนึงถึงการกระจายประโยชน์จากโครงการให้กับผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มเปราะบาง (มีปริมาณการใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน) เป็นสำคัญ
ในส่วนของการคัดเลือกเอกชนผู้พัฒนาโครงการในแต่ละพื้นที่ชุมชนจะพิจารณาจากความพร้อมด้านคุณสมบัติและเทคนิค โดยใช้หลักการยื่นข้อเสนอก่อนได้สิทธิ์การพิจารณาก่อน (First Come First Served: FCFS) เพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่าเอกชนที่ได้รับคัดเลือกจะมีความสามารถในการพัฒนาโครงการให้สำเร็จและจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ตามแผนที่กำหนดไว้ ตลอดจนสามารถดำเนินโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดอายุสัญญา

