หน้าแรก เศรษฐกิจ ค้าชายแดน-ผ่า...

ค้าชายแดน-ผ่านแดน 11 เดือน ยังโต 6.6% เฉพาะกัมพูชาสูญเสีย 7 หมื่นล้าน

26.12.25 | 13:41 น.

ค้าชายแดน-ผ่านแดน 11 เดือน ยังโต6.6% เฉพาะกัมพูชาสูญเสีย 7 หมื่นล. คต.กาง 4 เรื่องภาคเอกชนห่วงฉุดยอดการค้าปี69

เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน เดือนพฤศจิกายน 2568 มีมูลค่ารวม 143,496 ล้านบาท หดตัว 4.5% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แยกเป็นส่งออก 68,339 ล้านบาท ลบ 20.3% นำเข้า 75,156 ล้านบาท บวก 16.5% โดยไทยขาดดุลการค้า 6,817 ล้านบาท ส่งผลให้ 11 เดือนแรกปี 2568 การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดน รวม 1,775,566 ล้านบาท บวก 6.6% แยกเป็นส่งออก 981,928 ล้านบาท บวก 2.5% นำเข้า 793,637 ล้านบาท บวก 12.2% และไทยได้ดุล 188,291 ล้านบาท

ทั้งนี้ แยกเป็นการค้าชายแดนมีมูลค่ารวม 61,431 ล้านบาท ลบ 25.5% เป็นส่งออก 33,821 ล้านบาท ลบ 34.6% นำเข้า 27,610 ล้านบาท ลบ 10.2% และไทยได้ดุล 6,211 ล้านบาท โดยการค้าไทย-มาเลเซียรวม 23,199 ล้านบาท ติดลบ 8.6% รองลงมา คือ ไทย-ลาว 22,849 ล้านบาท ลบ 4.3% ไทย-เมียนมา 15,383 ล้านบาท ลบ 15.9% ไทย – กัมพูชา ลบ 100% ทำให้ 11 เดือนแรกปี 2568 การค้าชายแดนรวม 828,163 ล้านบาท ลบ 7.9% เป็นส่งออก 483,582 ล้านบาท ลบ 12.4% นำเข้า 344,581 ล้านบาท ลบ 0.8%

ขณะที่การค้าผ่านแดนมีมูลค่ารวม 82,064 ล้านบาท บวก 21.1% เป็นส่งออก 34,518 ล้านบาท บวก 1.6% นำเข้า 47,546 ล้านบาท บวก 40.7% โดยผ่านแดนไปจีน 44,420 ล้านบาท บวก 19.2% รองลงมา คือ สิงคโปร์ 13,161 ล้านบาท บวก 48.6% เวียดนาม 10,578 ล้านบาท บวก 80.2% สินค้าหลัก อาทิ ฮาร์ด ดิสก์ ไดรฟ์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ทำให้ 11 เดือนแรกปี 2568 การค้าผ่านแดนรวม 947,403 ล้านบาท บวก 23.6% เป็นส่งออก 498,347 ล้านบาท บวก 22.7% นำเข้า 449,056 ล้านบาท บวก 24.7%

” ทิศทางการค้าชายแดนผ่านแดนในเดือนธันวาคม จะใกล้เคียงกับพฤศจิกายน สำหรับเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาจนต้องปิดด่านมีผลต่อการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา จากปี2567 มีการค้า2ฝ่ายรวม 1.4 แสนล้านบาท เหลือประมาณ 7 หมื่นล้านบาท เท่ากับการค้าสองฝ่ายสูญเสียโอกาสจากเหตุที่เกิดขึ้นประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ดังนั้น ทั้งปี 2568 คาดการค้าชายแดนและผ่านแดนมีมูลค่า 1.85 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าปีก่อน ส่วนปี 2569 คาดเพิ่มขึ้น 2.7% และมีมูลค่ารวม 1.9 ล้านล้านบาท ” นางอารดา กล่าว

Advertisement

นางอารดา กล่าวว่า เดือนพฤศจิกายน 2568 แม้การค้าผ่านแดนขยายตัว 21.1% แต่การค้าชายแดนหดตัวต่อเป็นเดือน7 หรือลบ 25.5% ส่งผลให้การค้าชายแดนและผ่านแดนกลับมาหดตัวอีกครั้ง ที่ 4.5% โดยการค้าชายแดนไทย-เมียนมา คงหดตัวสูง ลบ 16 % จากมาตรการควบคุมการส่งออกและนำเข้าสินค้าระหว่างไทยและเมียนมา ซึ่งยังมีผลบังคับใช้อยู่ ขณะที่การค้าชายแดนกับกัมพูชามีมูลค่าเป็น 0 จากสถานการณ์ด้านความมั่นคง ขณะที่การค้าผ่านแดนยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยการส่งออกผ่านแดนไปสิงคโปร์ และเวียดนาม ขยายตัวสูง 54.6% 17.5% ตามลำดับ สินค้าส่งออกผ่านแดนไปสิงคโปร์ ได้แก่ เครื่องรับโทรศัพท์และอุปกรณ์ เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ และเครื่องกังหันไอพ่นและกังหันอื่น ๆ ขณะที่สินค้าส่งออกผ่านแดนไปเวียดนาม ได้แก่ น้ำแร่น้ำอัดลมที่ปรุงรส ( เครื่องดื่มชูกำลัง) สินค้าปศุสัตว์อื่น ๆ (เช่น โค กระบือ มีชีวิต)และฮาร์ ดิสก์ ไดรฟ์

นางอารดา กล่าวว่า จากที่กรมได้หารือรับฟังปัญหาและข้อเสนอจากภาคเอกชน สะท้อนถึงปัจจัยเสี่ยงต่อผู้ประกอบการและการค้าในปี 2569 ใน 4 เรื่องหลัก คือ 1. นโยบายหลังการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ รวมถึงเสถียรภาพทางการเมือง 2. นโยบายของประเทศคู่ค้า และสงครามการค้าโลก มีผลกระทบต่อการปรับตัวและเปลี่ยนใช้มาตรการที่ไม่ใช่ภาษีมากขึ้น ย่อมกระทบต่อการผลิตและส่งออกสินค้าไทย รวมถึงผลกระทบจากนโยบายภาษีทรัมป์จะมีความชัดเจนในปี2569 ซึ่งกรมมีการเตรียมพร้อมในทุกมิติ 3. สถานการณ์ด้านความมั่นคงตามชายแดน ทั้งกัมพูชาที่ยังมีการปะทะ และหลังการเลือกตั้งของเมียนมาที่มีขึ้นวันที่ 28 ธันวาคมนี้ และ 4. ค่าเงินบาท มีแนวโน้มแข็งค่าและผันผวนสูง กระทบต่อขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของไทย โดยเฉพาะสินค้าภาคเกษตรและสินค้ามาร์จินต่ำ ซึ่งตอนนี้ราคาสินค้าไทยสูงกว่าประเทศคู่แข่งในชนิดเดียวกัน 10-20% เป็นประเด็นที่รัฐบาลต้องเร่งเข้าดูแล ให้ค่าบาทมีเสถียรภาพและไม่แกว่งตัวแรง