YLG สรุปภาพรวมทองคำปี 2568 สร้างนิวไฮกว่า 50 ครั้ง ราคาพุ่ง 70% ปีหน้าลุ้นแตะ 69,500-72,150 บาท
เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ปี 2568 ถือเป็นปีที่ดีที่สุดในการลงทุนทองคำ หากนักลงทุนที่ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดจะสามารถหาจังหวะทำกำไรได้อย่างมหาศาล แม้เทรนด์ทั้งปีจะเป็นขาขึ้น แต่ก็มีจังหวะย่อต่อเพื่อให้ใช้เป็นจุดเข้าซื้ออยู่หลายครั้ง จากช่วงต้นปี 2568 ราคาทองคำแท่งในตลาดโลกเปิดที่ 2,632 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศเปิดตลาดเมื่อต้นปีที่ 42,650 บาทต่อบาททองคำ จากนั้นได้สร้างปรากฏการณ์ทำลายสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง จนสร้างความกังวลให้นักลงทุนว่าราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นไปอยู่ระดับสูงเกินไปแล้ว แต่หลังจากนั้นราคาก็ยังเดินหน้าสร้างสถิติใหม่อีกหลายครั้ง ล่าสุดเดือนธันวาคมยังคงพุ่งแรงส่งท้ายปีแตะที่ 4,531 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือคิดเป็น 66,200 บาทต่อบาททองคำ รวมทั้งปีทำนิวไฮสะสมกว่า 50 ครั้งหรือปรับตัวขึ้นกว่า 70% ในปีเดียว
นางพวรรณ์กล่าวว่า โดยมี 4 ปัจจัยหลักสนับสนุนให้ทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นตลอดทั้งปี ได้แก่ 1. ดอกเบี้ยขาลงที่มีความชัดเจนจากภาวะเศรษฐกิจที่น่าเป็นห่วง 2.การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกเพื่อลดความเสี่ยงหลายด้านทั้งด้านความมั่นคงและรองรับDe-dollarizationหรือการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ 3.การโยกเงินจากตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนต่ำมาสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง 4. การเก็บเงินไว้ในสินทรัพย์ปลอดภัย เนื่องจากทั่วโลกยังมีความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์
“จากปัจจัยทั้งหมดที่เป็นตัวผลักดันให้ทองคำทยานสู่เป้าหมายใหม่อย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมานี้ จะยังขับเคลื่อนให้ทองคำในปี 2569 พุ่งสู่เป้าหมายใหม่ที่ต้องจับตามองอีกหนึ่งปี โดยปี 2569 วายแอลจีให้ราคาเป้าหมายทองคำไว้ที่ 4,721-4,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศที่ 69,500-72,150 บาทต่อบาททองคำ โดยคำนวณจากค่าเงินบาท 31.06 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ”นางพวรรณ์กล่าว

