ธุรกิจร้านอาหาร อยากเห็น-อยากได้ นายกฯ-รัฐบาล Reengineering ทำจริงพัฒนาเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม นายสรเทพ สตีฟ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโฮสเทล ประเทศไทย กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านจนถึงวันนี้ เครื่องยนต์ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยเติดๆ ดับๆ หรือดูเหมือนไม่มีคนขับที่มีความสามารถและตั้งใจในการนำพาประเทศให้เดินหน้า เหมือนประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนเลย แต่กำลังเกียร์ว่าง หรือปล่อยประเทศไหลไปเองแบบเครื่องยนต์ใกล้ดับ ไม่ว่าจะเป็น GDP ที่โตรั้งท้ายไม่ถึง 2% มาหลายปี หรือหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นทุกปี, การท่องเที่ยวที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่เพื่อนบ้านเติบโตอย่างต่อเนื่อง และธุรกิจ SMEs ที่ล้มตายไปมากมาย
นายสรเทพ สตีฟ กล่าวอีกว่า สำหรับภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจร้านอาหารอยากเห็นรัฐบาลที่มีความเข้าใจและมีความตั้งใจเข้ามาบริหารบ้านเมือง ไม่ใช่แค่เข้ามาบริหารการเมืองกันอย่างเดียว และอยากได้รัฐบาลที่หาทีมเศรษฐกิจที่เป็นมืออาชีพมาเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและแบบบูรณาการ ไม่ใช่แค่เข้ามาเพื่อเน้นจัดงานอีเวนต์ หรือหยอดน้ำมันเครื่องให้เครื่องเดินแบบชั่วคราว แต่ต้องมีแผนมียุทธ์ศาสตร์ในการทำงานอย่างตั้งใจและมีความรู้ความสามารถ
“โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจที่ต้องรู้ถึงปัญหาที่แท้จริงและแก้ไขอย่างจริงจัง เช่น การแก้ไขกลไกตลาดของสินค้าเกษตรกรแบบบูรณาการ โดยมีความรู้ความเข้าใจในตลาดหรือแม้กระทั่ง Climate change ที่มีผลกระทบกับผลิตผลภาคการเกษตร เพราะเมื่อหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นทุกปี พืชผักสวนครัวราคาจะกระโดดขึ้น 2-3 เท่า เป็นแบบนี้มา 3-4 ปีแล้ว หรือมีอุทกภัยแบบที่ผ่านมาทุกปีโดยไม่วางระบบและโครงสร้างในการแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดซ้ำซาก เพราะเมื่อเกิดปัญหาที เกษตรกรก็แย่ ราคาพืชผักสินค้าเกษตรกรรมก็ขึ้น ซึ่งทำให้ค่าครองชีพและธุรกิจร้านอาหารเจอปัญหานี้มาตลอดจนควบคุมต้นทุน และค่าใช้จ่ายยากขึ้นเรื่อยๆ“
นายสรเทพ สตีฟ กล่าวเพิ่มเติมว่า นโยบายที่อยากให้รัฐบาลใหม่ใส่ใจและตั้งใจทำนอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วบางข้อก็คือการควบคุมราคาพลังงานทั้ง แก็ส, น้ำมัน รวมถึงค่าไฟฟ้า เพราะเป็นต้นเหตุของการทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นและต้นทุนทางธุรกิจสูงตามด้วย ที่สำคัญ อยากให้รัฐบาลใหม่เข้ามาปฏิรูประบบรัฐราชการ ให้เป็นระบบรัฐประชาชน ที่เน้นความเข้าใจประชาชนและบริหารโดยเอาประชาชนเป็นหลักมากกว่าใช้ระบบราชการที่มาครอบใช้กฏหมายต่างๆมากมายที่หลายฉบับล้าหลังมากเช่น การขอใบอนุญาตต่างๆ กฏหมายที่ซ้ำซ้อนเป็นต้น จนประชาชนมีความรู้สึกและมองว่าราชการเป็นเจ้านายเป็นผู้มีอำนาจกดประชาชนอยู่ตลอดเวลา
“อยากให้รัฐบาลมีความรู้ความสามรถในการหาเงินหารายได้เข้าประเทศมากกว่าการใช้งบประมาณให้หมดๆ ไปในแต่ละงวดปี อยากให้มีความเข้าใจในระบบเศรษฐกิจรากหญ้า ให้ความสำคัญกับภาคธุรกิจ SMEs มากกว่าที่ผ่านๆ มาไม่ใช่เป็นพรรคที่มีนายทุนกลุ่มทุนต่างๆ มาสั่งให้ทำนโยบายเอื้อแค่กลุ่มธุรกิจตัวเอง เพราะประเทศที่มีเศรษฐกิจที่แข็งแรงคือประเทศที่มีภาค SMEs แข็งแรง”

