หน้าแรก เศรษฐกิจ หวังรัฐบาลใหม...

หวังรัฐบาลใหม่แก้ศก.อย่างมืออาชีพ อย่าแค่หยอดน้ำมัน ขอคุมราคาแก๊ส-น้ำมัน-ไฟ

28.12.25 | 06:00 น.

ธุรกิจหวังรบ.ใหม่แก้ศก.อย่างมืออาชีพ อย่าแค่หยอดน้ำมัน ขอคุมราคาแก๊ส-น้ำมัน-ไฟ แอตต้ากังวลคุมเงินไหลเข้า หวั่นกระทบลงทุนใหญ่

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม นายสรเทพ สตีฟ ประธานชมรมผู้ประกอบธุรกิจร้านอาหารและ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโฮสเทล ประเทศไทย เปิดเผยว่า หลายปีที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ เครื่องยนต์ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยติดๆ ดับๆ ดูเหมือนไม่มีคนขับที่มีความสามารถและตั้งใจนำพาประเทศให้เดินหน้า เหมือนประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน แต่กำลังเกียร์ว่างหรือปล่อยประเทศไหลไปเองแบบเครื่องยนต์ใกล้ดับ ไม่ว่าจะเป็นจีดีพีที่โตรั้งท้ายไม่ถึง 2% มาหลายปี หรือหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นทุกปี การท่องเที่ยวที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่เพื่อนบ้านเติบโตอย่างต่อเนื่อง และธุรกิจเอสเอ็มอีที่ล้มตายไปมากมาย

นายสรเทพ กล่าวว่า สำหรับภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจร้านอาหารอยากเห็นรัฐบาลที่มีความเข้าใจและมีความตั้งใจเข้ามาบริหารบ้านเมือง ไม่ใช่แค่เข้ามาบริหารการเมืองกันอย่างเดียว และอยากได้รัฐบาลที่หาทีมเศรษฐกิจที่เป็นมืออาชีพ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและแบบบูรณาการ ไม่ใช่แค่เข้ามาเน้นจัดงานอีเวนต์หรือหยอดน้ำมันเครื่องให้เครื่องเดินแบบชั่วคราว แต่ต้องมีแผนมียุทธศาสตร์การทำงานอย่างตั้งใจและมีความรู้ความสามารถ โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ ต้องรู้ถึงปัญหาแท้จริงและแก้ไขอย่างจริงจัง เช่น แก้ไขกลไกตลาดของสินค้าเกษตรกรแบบบูรณาการ มีความรู้ความเข้าใจในตลาดหรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่กระทบกับผลิตผลเกษตร

“เพราะเมื่อหน้าร้อนอุณหภูมิสูงขึ้นทุกปี พืชผักสวนครัวราคาจะเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า หรือมีอุทกภัยแบบที่ผ่านมาทุกปีโดยไม่วางระบบและโครงสร้างในการแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดซ้ำซาก เพราะเมื่อเกิดปัญหาทีเกษตรกรก็แย่ ราคาพืชผักสินค้าเกษตรกรรมก็ขึ้น ทำให้ค่าครองชีพ และธุรกิจร้านอาหารเจอปัญหานี้มาตลอดจนควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายยากขึ้นเรื่อยๆ” นายสรเทพกล่าว

นายสรเทพ กล่าวว่า นโยบายที่อยากให้รัฐบาลใหม่ใส่ใจและตั้งใจทำ นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว อยากให้มีการควบคุมราคาพลังงาน ทั้งแก๊ส น้ำมัน รวมถึงค่าไฟฟ้า เพราะเป็นต้นเหตุของการทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้นและต้นทุนทางธุรกิจสูงตามด้วย ที่สำคัญอยากให้รัฐบาลใหม่เข้ามาปฏิรูประบบรัฐราชการเป็นระบบรัฐประชาชน เน้นความเข้าใจประชาชนและบริหาร โดยเอาประชาชนเป็นหลักมากกว่าใช้ระบบราชการที่ใช้กฎหมายต่างๆ มากมายที่หลายฉบับล้าหลังมาก จนประชาชนมีความรู้สึกและมองว่าราชการเป็นเจ้านายเป็นผู้มีอำนาจกดประชาชนอยู่ตลอดเวลา

Advertisement

ด้านนายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า หลังค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องแตะระดับที่ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ สุ่มเสี่ยงจะหลุดไปถึงระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐนั้น ถือว่ากระทบภาคท่องเที่ยวสูงมาก เนื่องจากตอนนี้เป็นช่วงฤดูการท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่จะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยมากที่สุดเทียบกับตลอดทั้งปี การที่ค่าเงินบาทแข็งจะส่งผลต่อความรู้สึกการใช้จ่าย เพราะปัจจุบันค่าครองชีพของประเทศไทยสูงสุดในภูมิภาคอาเซียน การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศควบคุมเงินทุนต่างชาติที่จะไหลเข้ามา หากมากเกิน 2 แสนเหรียญสหรัฐ ต้องรายงานให้ธนาคารพาณิชย์เป็นผู้ตรวจสอบ มองว่ามีผลในเชิงจิตวิทยาแน่นอน ทำให้ระยะแรกมีเงินทุนต่างชาติไหลเข้าไทยน้อยลง คาดว่าใน 1 เดือนน่าจะเห็นผลแล้วว่าช่วยให้การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทกลับมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่

“ความกังวลอยู่ในเชิงเทคนิค เนื่องจากการควบคุมเงินไหลเข้าระยะแรกคงมีผลต่อเงินก้อนใหญ่ ซึ่งอาจเป็นการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติด้วย ยิ่งเป็นอุตสาหกรรมที่รัฐบาลส่งเสริมให้เข้ามา ล้วนเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ ประกาศนี้อาจทำให้ต่างชาติมีความกังวลในการเข้ามาลงทุนถึงขั้นตอนต่างๆ ได้ จึงต้องดูในเชิงเทคนิคของการปฏิบัติจริง ต้องไม่ส่งผลกระทบให้เกิดคอขวดในการเข้ามาลงทุน ซึ่งจากการประเมินนับจากนี้ไปอีก 1 เดือน ช่วงเทศกาลตรุษจีน ค่าเงินจะอ่อนลงหรือแข็งขึ้นน่าจะเห็นชัดแล้ว และเป็นสัญญาณให้เห็นทิศทางการท่องเที่ยวของทั้งปี 2569 ด้วย” นายอดิษฐ์กล่าว