ทองคำพุ่งแรง เดือน ธ.ค. บวก 2,500 บาท วันเดียวปรับราคากว่า 27 ครั้ง ผันผวนส่งท้ายปี 68
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการฝ่ายบริหาร กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก (MTS) เปิดเผยว่า ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง โดยปรับตัวขึ้นไปแตะระดับ 4,550 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไรช่วงเปิดซื้อขายในเช้าวันนี้ ส่งผลให้ราคาย่อตัวลงมาทรงตัวแถวระดับ 4,460 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ท่ามกลางสภาพคล่องการซื้อขายที่ค่อนข้างเบาบางในช่วงปลายปี เนื่องจากเป็นวันหยุดยาว ซึ่งเพิ่มโอกาสให้ราคาผันผวนได้มากขึ้น ปัจจัยสนับสนุนหลักยังคงมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและเวเนซุเอลา จากกรณีการเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมัน ซึ่งส่งผลให้ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูงขึ้น และกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ทั้งนี้ ราคาทองคำวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ปรับเปลี่ยนราคากว่า 27 ครั้ง แต่ไม่เปลี่ยนแปลงราคา โดยราคาล่าสุด ทองแท่ง รับซื้ออยู่ที่ 66,400 บาท ขายออก 66,500 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ 65,066.72 บาท ขายออก 67,300 บาท ทองสปอต 4,470 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ อัตราแลกเปลี่ยน 31.45 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้ทั้งเดือนธันวาคม ทองคำปรับขึ้น 2,500 บาทต่อบาททองคำ
นพ.กฤชรัตน์กล่าวว่า ในภาพรวมโลหะมีค่าปรับตัวขึ้นทั้งกลุ่มในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นทองคำ เงิน (Silver) และแพลทินัม (Platinum) โดยเฉพาะราคาเงินที่ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง หลังมีรายงานว่าทางการจีนเตรียมจำกัดการส่งออกเงิน ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อภาวะอุปทานตึงตัว และสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อห่วงโซ่อุปทานโลก โดยราคาเงินช่วงเช้าวันนี้พุ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดบริเวณ 80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนมีแรงขายทำกำไรย่อตัวลงมาเคลื่อนไหวแถว 77 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งสะท้อนความผันผวนที่ยังอยู่ในระดับสูง ด้านตลาดเงิน ดัชนีดอลลาร์เคลื่อนไหวทรงตัวที่ระดับ 97.94 จุด ขณะที่ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าที่ระดับ 31.12 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าจากสัปดาห์ก่อนที่ 31.04 บาทต่อดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาทองคำในประเทศได้รับแรงหนุนจากทิศทางเงินบาทที่อ่อนค่าลงเล็กน้อย
“ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน แม้การซื้อขายในช่วงปลายปีจะมีสภาพคล่องค่อนข้างเบาบาง อาจทำให้เกิดความผันผวนที่รุนแรงได้เป็นระยะ แต่การที่ราคายังคงสามารถทำจุดสูงสุดใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนโมเมนตัมเชิงบวก และยืนยันภาพแนวโน้มขาขึ้นที่ยังแข็งแกร่ง ระมัดระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้น จากการปรับตัวขึ้นแรงในช่วงที่ผ่านมา แนะนำทยอยเข้าซื้อสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่ 4,480-4,450 เหรียญสหรัฐ และแนวต้านที่ 4,550-4,570 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ทองไทยจะมีแนวรับที่ 66,000 บาท และแนวต้านที่ 67,000 บาท” นพ.กฤชรัตน์กล่าว

