หน้าแรก เศรษฐกิจ สรท.จับตา การ...

สรท.จับตา การเคลื่อนย้ายเงินทุน ‘สินทรัพย์พิเศษ’ หวั่นกระทบค่าบาทในระยะยาว

1.01.26 | 11:20 น.

ปธ.สรท.ส่งสัญญาณจับตา การเคลื่อนย้ายเงินทุน ‘สินทรัพย์พิเศษ’ หวั่นกระทบค่าบาทในระยะยาว

เมื่อวันที่ 1 มกราคม นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า ปี 2569 ไทยยังเผชิญหลายปัจจัยเสี่ยงกระทบต่อการทำธุรกิจและการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย สรท.เห็นว่าอีกหนึ่งประเด็นควรจับตาเป็นพิเศษและติดตามอย่างใกล้ชิดในเชิงนโยบาย คือ ความเป็นไปได้ของการเคลื่อนย้ายเงินทุนในรูปแบบสินทรัพย์พิเศษ เช่น สินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrency) หรือเงินทุนรูปแบบอื่นจากต่างประเทศ เข้ามาแปลงเป็นเงินบาท เพื่อไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงในประเทศ อาทิ ตราสารหนี้ ตราสารทุน หรือทองคำ

“แม้ขณะนี้ไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ในเชิงกลไกตลาด หากเกิดธุรกรรมในลักษณะดังกล่าวในปริมาณมากและในระยะสั้น อาจถือเป็นพฤติกรรมที่แตกต่างจากกระแสการลงทุนตามปกติ และอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยนได้” นายธนากร กล่าว

นายธนากร กล่าวว่า ประเทศไทยมีลักษณะเฉพาะที่เอื้อต่อธุรกรรมดังกล่าว ได้แก่ 1. ระบบการเงินที่มีสภาพคล่องสูง 2.ตลาดตราสารหนี้และตราสารทุนที่เปิดกว้าง และ 3. ตลาดทองคำที่เชื่อมโยงกับตลาดโลกและสามารถทำธุรกรรมได้รวดเร็ว ทั้งนี้ ในภาวะที่ตลาดการเงินโลกมีความผันผวนสูง สินทรัพย์เหล่านี้อาจถูกใช้เป็นช่องทางพักเงินหรือเคลื่อนย้ายมูลค่าในระยะสั้น หากมีเงินทุนจากต่างประเทศเข้ามาแลกเป็นเงินบาทจำนวนมาก อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ เพิ่มแรงกดดันให้ค่าเงินบาทแข็งค่าและผันผวนมากกว่าปัจจัยพื้นฐานของภาคเศรษฐกิจจริง

นายธนากร กล่าวว่า สรท.มองเป็นความเสี่ยง และเห็นว่าหน่วยงานกำกับดูแลด้านนโยบายการเงิน ระบบธนาคาร และตลาดทุน ควรพิจารณาแนวทางดังต่อไปนี้อย่างรอบคอบ โดย 1. เสริมการเฝ้าระวังเงินทุนเคลื่อนย้ายรูปแบบใหม่ติดตามธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแปลงสินทรัพย์พิเศษเป็นเงินบาท เพื่อลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินภายในประเทศ โดยเฉพาะธุรกรรมระยะสั้นที่มีขนาดใหญ่ 2. ประสานงานระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างธนาคารกลาง หน่วยงานกำกับภาคธนาคาร ตลาดทุน และหน่วยงานที่ดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อประเมินผลกระทบเชิงระบบต่อค่าเงินบาทและเสถียรภาพทางการเงิน 3. ออกแบบมาตรการเชิงป้องกันโดยไม่กระทบธุรกรรมปกติ พิจารณาเครื่องมือเชิงนโยบายที่ช่วยลดแรงเก็งกำไรค่าเงิน และลดความผันผวน โดยไม่สร้างภาระเกินจำเป็นต่อการลงทุนระยะยาวและภาคเศรษฐกิจจริง 4. คำนึงถึงผลกระทบต่อภาคส่งออกเป็นสำคัญ การบริหารจัดการเงินทุนเคลื่อนย้ายและอัตราแลกเปลี่ยน ควรคำนึงถึงความสามารถในการแข่งขันของภาคส่งออก ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจหลักและแหล่งรายได้จากต่างประเทศของประเทศ

Advertisement