หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชนจี้รัฐบา...

เอกชนจี้รัฐบาลใหม่หนุนใช้จ่าย ลงทุนใน ปท.ฟื้น ศก. แม่ค้าอุบลหวัง กบง.ลดค่าแก๊ส

5.01.26 | 06:39 น.

เอกชนจี้รัฐบาลใหม่หนุนใช้จ่าย ลงทุนใน ปท.ฟื้น ศก. แม่ค้าอุบลหวัง กบง.ลดค่าแก๊ส ปมเวเนซุเอลาไม่กระทบไทย แต่เปลี่ยนโลก

เมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา กรณีคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบให้ตรึงราคาขายส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) หน้าโรงกลั่นที่ 20.9179 บาทต่อกิโลกรัม (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เป็นของขวัญปีใหม่ตรึงราคาขายปลีกก๊าซ LPG ต่อเนื่อง 3 เดือน มีผลวันที่ 1 มกราคม 2569 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 ราคาขายปลีกแก๊สหุงต้ม ถังขนาด 15 กิโลกรัม อยู่ที่ประมาณ 423 บาท แต่ผู้ประกอบการธุรกิจก๊าซ LPG ทั่วประเทศได้รับหนังสือจากบริษัทผู้ส่งก๊าซ LPG ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 แจ้งปรับขึ้นราคาก๊าซ LPG อ้างว่าต้นทุนการจัดหาและบริหารปรับตัวสูงขึ้น การปรับราคาดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป

น.ส.นภาภรณ์ ศิริจันทร์ อายุ 45 ปี เจ้าของร้านอาหารในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี กล่าวว่า กบง.ประกาศตรึงราคาแก๊สหุงต้ม 3 เดือน ไม่สวนทางกับราคาแก๊สหุงต้มที่ปรับเพิ่มขึ้น อยากให้รัฐบาลตรึงราคาแก๊สหุงต้มไว้ 3 เดือนเหมือนเดิม เพราะค่าแก๊สสำคัญมาก พ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากที่ขายอาหารสู้ราคาต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบไม่ไหว หากขึ้นราคาอาหาร ลูกค้าก็น้อยลง

นางชวนพิศ ลักษณะงาม เจ้าของร้านขายกล้วยทอด จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า วันนี้พ่อค้ามาส่งแก๊สปรับเพิ่มราคาอีกถังละ 10 บาท ขณะนี้วัตถุดิบทุกอย่างขึ้นราคาทั้งหมด ทำให้จำเป็นต้องลดจำนวนชิ้นลงเมนูละ 1 ชิ้น โดยขายราคาเดิม 20 บาท ไม่เช่นนั้นก็สู้ไม่ไหว อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาราคาแก๊ส ราคาสินค้าให้สมเหตุสมผลกับสถานการณ์ปัจจุบัน

นายอภิชิต ประสพรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาพรวมแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 ถือว่ายังมีความเปราะบางสูง และมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราต่ำต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา คาดว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี (GDP) จะอยู่ในกรอบ 1.5-2.0% ปัจจัยสำคัญจะฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยปี 2569 คือ หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงขึ้น ทำให้ประชาชนกระเป๋าแห้ง กำลังซื้อในประเทศหายไป ซ้ำเติมด้วยปัญหาสินค้าราคาถูกจากจีนทะลักเข้ามาตีตลาดไทย ทำให้ผู้ประกอบการในประเทศไม่สามารถแข่งขันได้ ขาดการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรมจากรัฐบาล รวมถึงความคลุมเครือทางการเมืองและระหว่างรอการเลือกตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ส่งผลต่อการเจรจาการค้ากับสหรัฐ (USTR) ยังคงไม่คืบหน้าชัดเจน

Advertisement

“อยากเสนอแนะพรรคการเมืองและรัฐบาลใหม่ เน้นการสร้างเงินหมุนเวียนในประเทศ เครื่องยนต์สำคัญยังพอใช้ได้ในระยะสั้น คือการใช้จ่ายและการลงทุนภายในประเทศ รัฐสามารถมีบทบาทได้โดยตรงผ่านงบประมาณและนโยบายภาครัฐ” นายอภิชิตกล่าว

นายนณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจปี 2569 ยังต้องพึ่งพารายได้จากการส่งออกและการท่องเที่ยวเป็นหลักเหมือนเดิม ทำให้ปัจจัยส่งผลกระทบต่อทั้ง 2 ภาคส่วนนี้ มีส่วนส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจทั้งสิ้น โดยเฉพาะค่าเงินบาทยังเคลื่อนไหวแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง ถือว่ามีผลกระทบแน่นอน ไม่สมดุลกับเศรษฐกิจมีความอันตรายมากในภาพใหญ่

“ในปี 2569 นี้หัวใจสำคัญคือ หากเศรษฐกิจไม่ดี ภาพการเคลื่อนไหวของค่าเงินควรจะอ่อนค่าลง เพื่อให้เราสามารถค้าขายได้ง่ายขึ้น ค่าเงินบาทแข็งค่าเป็นเหมือนปรปักษ์ ทำให้เศรษฐกิจในภาพรวมแย่ลง การรับมือกับแนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตต่ำลงต่อเนื่อง เราต้องเลิกประชานิยม เปลี่ยนประชานิยมมาเป็นการเสริมพลัง หรือ สร้างความเข้มแข็งให้ประชาชน ทำให้คนสามารถสร้างรายได้มากขึ้น ต้องพัฒนาทักษะของแรงงาน ขยายตลาดให้สามารถแข่งขันในระดับโลกได้ เพื่อให้ตัวเลขการส่งออกของไทยมาจากความสามารถจริงๆ ไม่ได้มาจากการอุดหนุนของภาครัฐ” นายนณริฏกล่าว

นายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ และที่ปรึกษาศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เหตุการณ์สหรัฐจับกุมผู้นำเวเนซุเอลา จะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในภาพรวมมากนัก เนื่องจากเวเนซุเอลาถูกคว่ำบาตรมานานหลายสิบปี ทำให้ไม่สามารถส่งออกน้ำมันสินค้าหลักได้อย่างเต็มที่มาโดยตลอด แต่ความรู้สึกด้านความมั่นคงและระเบียบโลก
ต่อจากนี้โลกจะไม่เหมือนเดิม จะมีความเป็นไร้ขื่อไร้แป แปรปรวนมากขึ้น มหาอำนาจสามารถใช้กำลังบุก ล้มล้างรัฐบาลอื่นได้โดยไม่ปิดบัง ทำให้ชาติต่างๆต้องปรับกลยุทธ์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการบริหารความมั่นคงขนานใหญ่ แทนที่จะนำงบประมาณไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม หรือโรคระบาด โลกกลับต้องมาทุ่มงบประมาณด้านการทหารและเลือกข้างกันมากขึ้น ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อพัฒนาการเศรษฐกิจโลกระยะยาว”