ขบ. จ่อแก้กฎกระทรวง ปลดล็อก กองทุน กปถ. เพิ่มขอบเขตใช้เงินดูแลความปลอดภัย
น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงแนวทางการบริหารจัดการ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) หรือ Road Safe Fund (RSF) ว่า ปัจจุบันกองทุนดังกล่าวยังไม่สามารถนำเงินมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านวัตถุประสงค์ตามกฎหมาย ส่งผลให้ในแต่ละปีเมื่อใช้งบประมาณไม่หมด เงินส่วนที่เหลือจะต้องส่งคืนกระทรวงการคลังทั้งหมด และเป็นเงินจำนวนมากในแต่ละปี
น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า รายได้หลักของกองทุนมาจากการประมูลทะเบียนรถเลขสวย ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ราวปี 2546–2547 ในปีที่ผ่านมาพบว่ามีเงินจากกองทุน กปถ. ที่ไม่ได้ใช้งานและต้องส่งคืนคลังสูงถึง 1,200 ล้านบาท เนื่องจากข้อจำกัดด้านกฎหมายที่ระบุวัตถุประสงค์การใช้เงินไว้ไม่ครอบคลุม เช่น ปัจจุบันสามารถจ่ายได้เพียงค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการ (ขาเทียม/รถวีลแชร์) หรือการจัดอบรมรณรงค์แจกหมวกกันน็อก แต่ยังไม่มีมาตรการเยียวยากรณีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต หรือการสนับสนุนงบประมาณในด้านอื่นที่จำเป็นต่อความปลอดภัยจริงๆ
น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ กระทรวงคมนาคมจึงได้มอบนโยบายให้กรมการขนส่งทางบกไปศึกษาการปรับปรุงวัตถุประสงค์การใช้เงินกองทุน เพื่อให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อสังคมได้กว้างขวางและมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับนโยบายที่มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกไปดำเนินการ คือการศึกษาเพื่อขยายขอบเขตการใช้เงินกองทุนฯ เช่น 1.การเยียวยาผู้ประสบภัย โดยเพิ่มมาตรการช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 2.สนับสนุนท้องถิ่น เช่นการจัดซื้อรถโรงเรียนที่ได้มาตรฐาน เพื่อช่วยเหลือโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร ลดความเสี่ยงจากการที่เด็กนักเรียนต้องเดินทางด้วยวิธีที่ไม่ปลอดภัย 3.การปรับปรุงการจัดสรรเงิน ปัจจุบันมีการแบ่งรายได้จากการประมูลให้ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) (ประมาณ 3%) แต่ต้องการให้เปลี่ยนจากการแจกหมวกกันน็อกที่บางครั้งประชาชนไม่ได้นำไปใช้งานจริง มาเป็นการทำโครงการที่มีประโยชน์เชิงรูปธรรมมากกว่า
น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า ว่า การปรับปรุงวัตถุประสงค์กองทุนจะต้องดำเนินการผ่านการแก้ไขกฎกระทรวง ซึ่งขณะนี้ได้กรมการขนส่งทางบก ผ่านขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องแล้ว และอยู่ระหว่างกระบวนการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลำดับและเสนอเรื่องมายังกระทรวงคมนาคมเพื่อตรวจสอบรายละเอียด ก่อนจะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าด้วยสถานการณ์การเมืองปัจจุบันในช่วงที่ยังไม่มีรัฐบาลเต็มตัวอาจต้องใช้เวลาในการดำเนินการตามขั้นตอน แต่ทางตนถือว่าได้เตรียมแนวทางไว้ให้พร้อมแล้ว หากรัฐบาลใหม่เข้ามาและเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ ก็สามารถสานต่อเพื่อแก้ไขกฎกระทรวงให้มีผลบังคับใช้ได้ทันที เพื่อให้เงินกองทุนนี้ถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อความปลอดภัยของประชาชน

