หน้าแรก เศรษฐกิจ ดร.อัทธ์ ชี้ ...

ดร.อัทธ์ ชี้ จับผู้นำเวเนซุเอลา สะเทือนราคาน้ำมัน และเศรษฐกิจโลก

5.01.26 | 13:16 น.

ดร.อัทธ์ ชี้ จับผู้นำเวเนซุเอลา สะเทือนราคาน้ำมัน และเศรษฐกิจโลก

เมื่อวันที่ 5 มกราคม รองศาสตราจารย์ ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน ได้วิเคราะห์ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่สหรัฐอเมริกา บุกโจมตีเวเนซุเอลา และจับกุมตัวนายนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาไป โดยระบุว่า

1.จับผู้นำต่างประเทศขึ้นศาลสหรัฐ : ครั้งแรกในรอบ 40 ปี

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569 เวลา 02.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของกรุงการากัส ประธานาธิบดี
โดนัลด์ ทรัมป์ ให้คำสั่งเริ่มปฏิบัติการ “Operation Absolute Resolve” (ปฏิบัติการตัดสินใจขั้นเด็ดขาด)
โดยภารกิจทั้งหมดใช้เวลา 150 นาที (2 ชั่วโมง 30 นาที) และเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 04.30 น. ของวันเดียวกัน

ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการจู่โจม ฟูเอร์เต ติอูนา (Fuerte Tiuna) ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการทางทหารขนาด
ใหญ่และเป็นที่พักของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเวเนซุเอลา รวมถึงที่พักของประธานาธิบดี นิโกลัส
มาดูโร ภารกิจจบลงด้วยการจับกุม นิโกลัส มาดูโร และภรรยา ซิเลีย ฟลอเรส ในข้อหาการก่อการร้าย
และยาเสพติด และถูกนาตัวไปดำเนินคดีในศาลสหรัฐอเมริกา เหตุการณ์นี้ถือเป็น ครั้งแรกในรอบ
ประมาณ 40 ปี ที่สหรัฐอเมริกาปฏิบัติการจับกุมผู้นาประเทศอื่นและนาขึ้นศาลสหรัฐ โดยก่อนหน้านี้
กรณีล่าสุดคือปี 1989 เมื่อสหรัฐจับกุม มานูเอล โนริเอกา (Manuel Noriega) ผู้บัญชาการกองกำลัง
ป้องกันประเทศปานามา ซึ่งเป็นผู้นาประเทศโดยพฤตินัยของปานามาในขณะนั้น

สำหรับกรณีอื่นที่สหรัฐมีบทบาทในการปลดหรือจับกุมผู้นำประเทศ แต่ ไม่ได้มีการนำขึ้นศาล
สหรัฐ ได้แก่ ปี 2003 การจับกุม ซัดดัม ฮุสเซน ซึ่งถูกส่งขึ้นศาลอิรัก และปี 2011 กรณี มุอัมมาร์ กัด
ดาฟี ผู้นำลิเบีย ซึ่งถูกฝ่ายกบฏสังหารภายหลังการแทรกแซงของกองกำลัง NATO โดยไม่มีการ
ดำเนินคดีในศาลสหรัฐ

2. บรรทัดฐานใหม่ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์: ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก

การใช้กำลังทหารของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาเพื่อจับกุมผู้นาของรัฐอธิปไตยอื่น
มีแนวโน้มกลายเป็น บรรทัดฐานใหม่ของการเมืองระหว่างประเทศ ซึ่งอาจถูกใช้เป็นข้ออ้างในการขยาย
ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคของโลก สร้างความกังวลและความไม่มั่นใจต่อระบบ
เศรษฐกิจโลกในปี 2569 ซึ่งเดิมก็เผชิญภาวะชะลอตัวอยู่แล้ว

Advertisement

ตัวอย่างของความเสี่ยงดังกล่าว ได้แก่ ฉากทัศน์ความตึงเครียดระหว่างจีนกับไต้หวัน ความ
ขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนที่อาจขยายตัว การใช้กำลังกับอิหร่านหรือเกาหลีเหนือ ตลอดจนความ
เป็นไปได้ของการแทรกแซงทางทหารในภูมิภาคอื่น เช่น ลาตินอเมริกา หรือแม้แต่กรณีการยึดครอง
ดินแดนเชิงยุทธศาสตร์อย่างกรีนแลนด์

ในบริบทนี้ สหรัฐอเมริกากาลังถูกมองว่าเป็นการฟื้นแนวคิดอานาจนิยมแบบศตวรรษที่ 19
ภายใต้ หลักการมอนโร (Monroe Doctrine) ซึ่งเป็นนโยบายต่างประเทศที่ประกาศโดยประธานาธิบดี

เจมส์ มอนโร ในปี ค.ศ. 1823 เพื่อกาหนดเขตอิทธิพลของสหรัฐในซีกโลกตะวันตก ได้แก่ ทวีปอเมริกา
เหนือ อเมริกาใต้ และทะเลแคริบเบียน

3.ห่วงโซ่อุตสาหกรรมน้ามันโลกเปลี่ยน : ราคาน้ามันผันผวน

เวเนซุเอลามีปริมาณสารองน้ามันดิบประมาณ 300,000 ล้านบาร์เรล มากที่สุดในโลก เมื่อเทียบ
กับซาอุดีอาระเบียประมาณ 260,000 ล้านบาร์เรล และอิหร่านประมาณ 200,000 ล้านบาร์เรล ภายหลัง
การจับกุมมาดูโร ประธานาธิบดีสหรัฐได้ส่งสัญญาณเชิญชวนบริษัทน้ามันสหรัฐเข้ามามีบทบาทในการ
ผลิต ส่งออก และลงทุนในภาคพลังงานของเวเนซุเอลา

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวย่อมกระทบต่อผลประโยชน์ของบริษัทน้ามันจากจีน เช่น CNPC และ
Sinopec ซึ่งมีบทบาทสาคัญในภาคน้ามันเวเนซุเอลาในเชิงการค้าและการลงทุน ขณะที่บริษัทน้ามัน
สหรัฐ โดยเฉพาะ Exxon Mobil และ ConocoPhillips มีแนวโน้มพิจารณากลับเข้าไปลงทุนอีกครั้ง พร้อม
ทั้งเรียกร้องค่าชดเชยจากการเวนคืนทรัพย์สินในยุคของ ฮูโก ชาเวซ ซึ่งมีมูลค่ารวมราว 20,000 ล้าน
ดอลลาร์สหรัฐ

ภายใต้ฉากทัศน์ที่การต่อต้านสหรัฐภายในเวเนซุเอลาอยู่ในระดับจากัด และมีการฟื้นฟู
โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานอย่างจริงจัง ภายในระยะ 2–5 ปีข้างหน้า เวเนซุเอลามีโอกาสเพิ่มกาลัง
การผลิตและการส่งออกน้ำมันสู่ตลาดโลก ซึ่งเมื่อประกอบกับภาวะอุปทานส่วนเกินของกลุ่ม OPEC อาจ
ส่งผลให้ ราคาน้ำมันโลกมีความผันผวนและมีแนวโน้มลดลงในระยะกลาง

ตารางที่ 1: คาดการณ์การผลิตน้ามันเวเนซุเอลาภายใต้สหรัฐ บริหารประเทศเวเนซุเอลา

หมายเหตุ : บริษัทน้ำมันสหรัฐ จะผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลามากน้อยขึ้นกับการพัฒนาโครงสร้างน้ำมัน
ในเวเนซุเอลาที่พังทลายได้มากแค่ไหน (ราคาน้ามัน WTI ณ วันที่ 5 มกราคม 2569 57.36 ดอลลาร์/
บาร์เรล)

ที่มา : ประเมิน อัทธ์ พิศาลวานิช มกราคม 2569

4.การปรับตัวของไทย

1.จัดตั้งรัฐบาลและกลไกบริหารเศรษฐกิจโดยเร็ว เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและความผัน
ผวนของราคาพลังงาน

2.จัดตั้ง War Room ด้านภูมิรัฐศาสตร์และพลังงาน เพื่อติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งใหม่อย่าง
ใกล้ชิด และเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ

3.กระจายความเสี่ยงด้านพลังงานและแหล่งนาเข้า ลดการพึ่งพาแหล่งเดียวหรือภูมิภาคเดียว และเพิ่ม
สัญญาระยะยาวกับประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมือง

4.พัฒนาระบบเตือนภัยเศรษฐกิจจากภูมิรัฐศาสตร์ ตั้ง Geopolitical Risk Index สาหรับไทย เชื่อมข้อมูลพลังงาน การค้า และการเงินโลก