ปลัดณัฐพล ผนึก ผู้ว่าชัชชาติ ยกระดับค่ามาตรฐานมลพิษกทม. เข้ม156รง.ใหญ่ใช้CEMS
ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า)นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร ในการยกระดับมาตรการจัดการมลพิษอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ว่า กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร เพื่อจัดการมลพิษทางอากาศ ฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพ ด้วย 3 มาตรการเชิงรุก ดังนี้ มาตรการ 1 ยกระดับมาตรฐานค่า Emission มลพิษอากาศของโรงงานในกรุงเทพฯ ที่เข้มกว่ามาตรฐานทั่วไป โดยโรงงานในกรุงเทพฯต้องควบคุมการระบายมลพิษอากาศจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงของหม้อน้ำและหม้อต้ม ให้ฝุ่นไม่เกิน 60 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตรสำหรับเชื้อเพลิงก๊าซ และไม่เกิน 90 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตรสำหรับเชื้อเพลิงแข็งและเชื้อเพลิงเหลว (มาตรฐานสูงขึ้นมากกว่า 62%) ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ 60 ส่วนในล้านส่วน (มาตรฐานสูงขึ้นมากกว่า 91%) และก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน 60 ส่วนในล้านส่วน (มาตรฐานสูงขึ้นมากกว่า 20%)
นอกจากนี้ได้อัพเกรดเทคโนโลยีการกำกับการปลดปล่อยมลพิษอากาศโรงงานในกรุงเทพฯ แบบเรียลไทม์ด้วยระบบ CEMS (Continuous Emission Monitoring System) ครอบคลุมโรงงานมากกว่ามาตรฐานทั่วไป จากเดิมที่ต้องติดตั้งเพียง 8 โรงงาน ให้ครอบคลุมโรงงานขนาดใหญ่มากกว่า 156 โรงงาน ประชาชนสามารถเข้าถึงและติดตามการระบายมลพิษอากาศของโรงงานดังกล่าวได้ทุกโรงงานแบบตลอดเวลาผ่านฟรีแอปพลิเคชั่นหรือเว็บไซต์ POMS (Pollution Online Monitoring System) โดยทั้งหมดผ่านการออกเป็นประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ขณะนี้อยู่ระหว่างเสนอ นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ลงนามประกาศ
นายณัฐพล กล่าวว่า มาตรการ 2 บังคับใช้กฎหมายมาตรฐานการปล่อยไอเสียยูโร 6 สำหรับรถขนาดเล็กเครื่องยนต์เบนซิน เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2568 และรถขนาดใหญ่เครื่องยนต์เบนซิน เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 นอกจากนี้ยังส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ด้วยมาตรการ EV3.5 และลดสรรพสามิตของรัฐบาล มาตรการ 3 ควบคุมการเผาอ้อย สนับสนุนเงินช่วยเหลือแก่เกษตรกรไทยในการอุดหนุนการตัดอ้อยสดและรับซื้อใบอ้อยในฤดูผลิต 2568 และ 2569 และคาดหวังอ้อยเผาทั้งประเทศไม่เกิน 10%

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเดินหน้าแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 คลอบคลุมทุกแหล่งกำเนิดมลพิษในพื้นที่เมือง ผ่านโครงการ “นักสืบฝุ่น” ดังนี้ ด้านที่1 ให้ประชาชนบำรุงรักษารถ ผ่านโครงการ Green List Plus โดยเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจควันดำ ซีงห้ามปล่อยเกิน 20% สำหรับรถที่ไม่ผ่านมาตรฐาน จะถูกห้ามใช้รถทันที ด้านที่ 2 ตรวจรถในพื้นที่ก่อสร้าง แพลนท์ปูน และสถานประกอบการ ด้วยข้อมูลการตรวจวัดมลพิษแบบเรียลไทม์ จากปล่องโรงงานมาสนับสนุนการบังคับใช้ในกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านที่ 3 ลดการเผาในพื้นที่เกษตร สนับสนุนทางเลือกทดแทนการเผาอ้อยให้เกษตรกร และประสานความร่วมมือกับจังหวัดข้างเคียงเพื่อลดการเผาชีวมวลในจุดเสี่ยง ด้านที่ 4 ส่งเสริมการ Work from Home (WFH) ในช่วงสถานการณ์วิกฤตเพื่อลดฝุ่นจากการเดินทาง พัฒนาระบบแจ้งเตือนและพยากรณ์คุณภาพอากาศล่วงหน้า และสร้างห้องปลอดฝุ่นในโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กก่อนวัยเรียน
“ผลจากการมาตรการเชิงรุกและความร่วมมือของพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดข้างเคียง ทำให้ภาพรวมสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ในปี2569 มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบกับปี 2568 ทั้งด้านจำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน ลดลง 40% ขณะที่ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของฝุ่น ลดลง 12% ซึ่งปัจจัยสำคัญในการลดฝุ่นpm 2.5 มาจากการควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร โดยใช้ข้อมูลจุดความร้อน พบว่าจุดเผาลดลง 28 % ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหลายจังหวัดในการลดฝุ่นจากพื้นที่ต้นลม”นายชัชชาติกล่าว

