CAAT จ่อเสนอ พิพัฒน์ เซ็นปลดล็อกอายุอากาศยาน ต้น ก.พ. ใช้มาตรฐานสากลแก้ขาดแคลนฝูงบิน
เมื่อวันที่ 7 มกราคม พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้กฎระเบียบการนำเข้าอากาศยานว่า ขณะนี้ CAAT อยู่ระหว่างเสนอร่างแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดอายุอากาศยาน ให้คณะอนุกรรมการด้านกฎหมายพิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากเป็นการแก้ไขในระดับกฎหมาย จึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ
พล.อ.อ.มนัทกล่าวว่า หลังจากคณะอนุกรรมการด้านกฎหมายพิจารณาและจัดทำร่างกฎหมายแล้วเสร็จ คาดว่าจะเสนอให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงนามในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ก่อนจะถึงวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ โดยลงนามเปลี่ยนจาก “จำกัดอายุ” เป็น “เน้นคุณภาพและความปลอดภัย” และเมื่อลงนามแล้ว กฎระเบียบดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการการบินพลเรือน (กบร.) เพิ่มเติม

พล.อ.อ.มนัทกล่าวด้วยว่า หลักการสำคัญคือ การยกเลิกการกำหนดเพดานอายุเครื่องบิน ที่จะนำเข้ามาจดทะเบียนในไทย ซึ่งแต่เดิมมีการกำหนดอายุอากาศยานที่จะนำมาให้บริการในประเทศ ได้แก่ เครื่องบินพาณิชย์อายุไม่เกิน 16 ปี นับแต่วันที่ผลิต หรือตามที่กฎหมายกำหนด เครื่องบินขนส่งสินค้า (คาร์โก้) อายุไม่เกิน 22 ปี และเฮลิคอปเตอร์อายุไม่เกิน 5 ปี นับแต่วันที่ผลิต หรือตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบของ CAAT พบว่า ประเทศที่เป็นมาตรฐานทางด้านการบินชั้นนำ เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป หรือสิงคโปร์ ไม่มีการกำหนดอายุอากาศยาน แต่จะใช้การตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย หรือ ความสมควรเดินอากาศ (Airworthiness) ที่เข้มงวดแทน ซึ่งไทยจะปรับเปลี่ยนมาใช้แนวทางดังกล่าว เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ
พล.อ.อ.มนัทกล่าวต่อว่า ในปัจจุบันการจัดหาเครื่องบินใหม่มีข้อจำกัดสูง เนื่องจากหากสั่งซื้อเครื่องบินในขณะนี้อาจต้องรอคิวการส่งมอบนานถึง 6-7 ปี ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายใหม่เข้าสู่ตลาดได้ยาก จึงต้องพึ่งพาการเช่าเครื่องบินเป็นหลัก และกฎเกณฑ์เดิมที่กำหนดอายุอากาศยานทำให้การจัดหาเครื่องบินมีความยากลำบากมากขึ้น เมื่อมีความต้องการเดินทางทางอากาศเพิ่มขึ้น แต่จำนวนเครื่องบินมีจำกัด ย่อมส่งผลให้ค่าโดยสารปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม หากมีการผ่อนคลายกฎเกณฑ์และเปิดโอกาสให้นำอากาศยานที่มีคุณภาพและผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยเข้ามาให้บริการได้มากขึ้น จะช่วยเพิ่มจำนวนเครื่องบินในระบบ ส่งผลให้ผู้โดยสารมีทางเลือกมากขึ้น และช่วยให้ค่าโดยสารมีแนวโน้มลดลงในระยะยาว ทั้งนี้ กพท.ยืนยันว่าแม้จะมีการยกเลิกเกณฑ์อายุ แต่มาตรฐานการตรวจสอบความปลอดภัยจะยังคงเป็นไปตามหลักสากลอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาความเชื่อมั่นในอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย

