กกร.หวังได้รัฐบาลใหม่ปราบคอร์รัปชั่น-ฟังเสียงเอกชน ชี้สหรัฐถล่มเวเนซุเอลา กระทบไทยทางอ้อม
เมื่อวันที่ 7 มกราคม นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่าการเลือกตั้งที่ใกล้จะเข้ามานั้น
ความคาดหวังต่อคุณสมบัติพรรคการเมืองที่จะเป็นรัฐบาลคือการต่อต้านการคอร์รัปชั่นอย่างชัดเจน เนื่องจากปัญหาของสังคมไทยที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมาจากการคอร์รัปชั่นเป็นหลัก สร้างความเสียหายหนักมาก ลุกลามไปในทุกองค์กร เรื่องใหญ่ในตอนนี้จึงเป็นการรับมือและต่อต้านการคอร์รัปชั่น เพราะนโยบายในการหาเสียงของแต่ละพรรคการเมืองไม่ได้แตกต่างจากเดิมหรือต่างกันมากนัก
นายพจน์กล่าวว่า ฝากถึงรัฐบาลใหม่คือต้องฟังเสียงภาคเอกชนบ้าง เชิญเอกชนเข้าไปร่วมหารือกัน ไม่ใช่คิดมาแล้วบอกให้เอกชนทำ สุดท้ายจะทำได้จริงหรือไม่ก็ไม่รู้ เพราะเป็นตัวกลจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย
“มีคำถามว่าคิดอย่างไรกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องบอกว่าไม่ได้คิดอะไรเลย คิดเพียงแค่อะไรจะเกิดขึ้นก่อนและหลังการเลือกตั้งแทน ทั้งข้อพิพาทระหว่างเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา ที่จะมีการปะทะกันอีกหรือไม่ ก่อนจะถึงการเลือกตั้งนี้ ส่วนหลังเลือกตั้งก็ติดตามผลว่าจะออกมาเป็นอย่างไร เสียงข้างมากทำได้จริงหรือไม่” นายพจน์กล่าว
ห่วง ศก.โตต่ำสุดรอบ 30 ปี
นายพจน์กล่าวว่า ประเมินเศรษฐกิจไทยปี 2569 มีแนวโน้มโตต่ำกว่า 2% เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี หากไม่รวมช่วงวิกฤตท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน รวมถึงคาดว่าไทยจะโตต่ำสุดในภูมิภาค จากทั้งความเปราะบางเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิมด้วยขนาดเศรษฐกิจนอกระบบที่ใหญ่และหนี้ครัวเรือนสูง ขาดความสามารถทางการแข่งขันในโลกใหม่ ข้อจำกัดทางงบประมาณทางการคลัง และความท้าทายของภาครัฐที่มีกฎระเบียบจำนวนมากและข้อมูลขาดความเชื่อมโยง รวมถึงมีผลกระทบจากภัยพิบัติในปีก่อน 2568 ค่าเงินบาทแข็งค่า อาชญากรรมทางไซเบอร์ การเคลื่อนย้ายเงินทุนเทา และความเสี่ยงจากกระบวนการจัดทำงบประมาณที่ล่าช้า
สหรัฐถล่มเวเนฯกระทบไทยทางอ้อม
นายพจน์กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐและเวเนซุเอลานั้น ผลกระทบทางตรงกับไทยยังมีไม่มากนัก สะท้อนจากปริมาณการค้าทั้งนำเข้า-ส่งออกอยู่เพียง 500 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี แต่สิ่งที่น่ากังวลคือผลกระทบทางอ้อม อาทิ ราคาพลังงาน ซึ่งเวเนซุเอลาถือเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันไปประเทศจีนมาก และจีนก็ลงทุนที่เวเนซุเอลาสูงมากประมาณ 60,000 ล้านเหรียญ จึงต้องติดตามผลอย่างใกล้ชิดว่า เหตุการณ์ข้อพิพาทนี้จะความรุนแรงขึ้น หรือยืดเยื้อ ลุกลามมากน้อยเท่าใด
นายพจน์กล่าวว่า ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ สะท้อนผ่านเหตุการณ์สหรัฐเข้าแทรกแซงเวเนซูเอลาเป็นการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจการเมืองโลกชัดเจนขึ้น (New World Order) ซึ่งกระทบกับระบบเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงจากปีก่อน รวมถึงภาษีสหรัฐที่จะเริ่มเห็นผลกระทบมากขึ้น โดยสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ โลกขั้วใครขั้วมัน ซึ่งไทยไม่สามารถเข้าไปควบคุมปัจจัยภายนอกได้ แต่อย่างน้อยที่สุดประเทศไทยยังสามารถหาอาหารกินเองและส่งออกไปขายต่างประเทศได้ มีน้ำสะอาดใช้ จึงเป็นห้วงเวลาในการประคองตัวเองท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่าเพิ่งเป็นห่วงการเติบโตของส่งออก หรือตัวเลขจีดีพีมากนัก
หวั่นบาทแข็งซ้ำเติมธุรกิจ
นายพจน์กล่าวว่า กกร.มีความกังวลต่อค่าเงินบาทที่แข็งค่า 8.2% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งแข็งเป็นอันดับที่สองของภูมิภาค ถือเป็นปัจจัยกดดันการส่งออกเสมือนการที่ภาคธุรกิจโดนเรียกเก็บภาษี (tariff) เพิ่มเติม เป็นการเซาะกร่อนภาคธุรกิจโดยเฉพาะผู้ส่งออก จึงอยากให้หน่วยงานการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินที่มีการแข็งค่าตามราคาทองคำ และบทบาทของการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยต่อค่าเงินบาท
แนะใช้โอกาสเจ้าภาพจัดงานใหญ่
นายพจน์กล่าวว่า กกร.เล็งเห็นโอกาสครั้งสำคัญของไทย ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลก ประกอบด้วย การประชุม IMF-World Bank Group Annual Meeting 2026 “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ซึ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจการเงินจากผู้บริหารเบอร์ 1 ระดับโลกจากทุกอุตสาหกรรม และการเป็นเจ้าภาพการประชุม “Gastech 2026” ซึ่งเป็นสุดยอดงานประชุมและจัดแสดงเทคโนโลยีด้านก๊าซธรรมชาติแอลเอ็นจี พลังงานไฮโดรเจน เทคโนโลยีภูมิอากาศ และเอไอ รวมถึงงานเทศกาลดนตรีระดับโลก Tomorrowland ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยอยากให้ใช้โอกาสนี้ผลักดันภาพลักษณ์ของประเทศไทย และการท่องเที่ยวไทยได้ประโยชน์แน่นอน

