หน้าแรก เศรษฐกิจ ความเห็น &#82...

ความเห็น ‘กกร.-พณ.’ ไทยต้องติดตามใกล้ชิดกรณีสหรัฐจับผู้นำเวเนฯ

8.01.26 | 06:20 น.

ส่องความเห็น กกร.-พณ. ชี้ข้อพิพาทและความรุนแรง สหรัฐ-เวเนฯ จะลุกลามต่อเศรษฐกิจไทยหรือไม่

เมื่อวันที่ 7 มกราคม นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ให้ความเห็นต่อกรณีความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐและเวเนซุเอลา ว่า ผลกระทบทางตรงกับไทยยังมีไม่มากนัก สะท้อนจากปริมาณการค้าทั้งนำเข้า-ส่งออกอยู่เพียง 500 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

แต่สิ่งที่น่ากังวลคือผลกระทบทางอ้อม อาทิ ราคาพลังงาน เวเนซุเอลาถือเป็นประเทศที่ส่งออกน้ำมันไปประเทศจีนมาก และจีนก็ลงทุนที่เวเนซุเอลาสูงมากประมาณ 60,000 ล้านเหรียญ ต้องติดตามผลอย่างใกล้ชิดว่าเหตุการณ์ข้อพิพาทนี้จะเกิดความรุนแรงขึ้นหรือยืดเยื้อลุกลามมากน้อยเท่าใด

นายพจน์กล่าวว่า ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ สะท้อนผ่านเหตุการณ์สหรัฐเข้าแทรกแซงเวเนซุเอลาเป็นการแบ่งขั้วทางเศรษฐกิจการเมืองโลกชัดเจนขึ้น (New World Order) กระทบกับระบบเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงจากปีก่อน รวมถึงภาษีสหรัฐที่จะเริ่มเห็นผลกระทบมากขึ้น

“สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ โลกขั้วใครขั้วมัน ไทยไม่สามารถเข้าไปควบคุมปัจจัยภายนอกได้ แต่อย่างน้อยที่สุดประเทศไทยยังสามารถหาอาหารกินเองและส่งออกไปขายต่างประเทศได้ มีน้ำสะอาดใช้ จึงเป็นห้วงเวลาในการประคองตัวเองท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อย่าเพิ่งเป็นห่วงการเติบโตของส่งออก หรือตัวเลขจีดีพีมากนัก” นายพจน์กล่าว

Advertisement

ขณะที่ นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงประเด็นสหรัฐจับผู้นำเวเนซุเอลา ว่า ที่ต้องติดตามจากผลกระทบส่วนนี้คือ มีผลต่อราคาน้ำมันในประเทศไทยแค่ไหน คาดว่าไม่น่าจะมีความผันผวนในระยะสั้น และซัพพลายน้ำมันในเวเนซุเอลาน่าจะออกสู่ตลาดใน 1-2 ปีข้างหน้า และกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรอย่างไร

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญต่อภาคส่งออก แม้ในปัจจัยสินค้าไทยไปเวเนซุเอลา ที่มีมูลค่า 55.9 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือสัดส่วน 0.01% แต่หากสถานการณ์ลุกลามไปยังประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลาง แอฟริกา เอเชียใต้ เป็นกลุ่มตลาดส่งออกใหม่ของไทย และการเปลี่ยนของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและปรับแผนการรุกตลาดต่อไป