นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2560 มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 19.3% หรือ 1,469 ล้านบาท เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีเรด ล็อบสเตอร์ (Red Lobster) เป็นส่วนสำคัญต่อการเติบโตของผลกำไรบริษัท รวมทั้งเป็นผลมาจากอัตราแลกเปลี่ยนอีกด้วย ด้านยอดขายรวมอยู่ที่ 31,427 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่ ยอดขายจากธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและแช่เย็นของบริษัท เพิ่มขึ้น 12,914 ล้านบาท หรือ 5.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถึงแม้ว่าความต้องการในธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป (ambient) ในทวีปยุโรปจะซบเซาก็ตาม สำหรับยอดขายธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า ยังคงเติบโตที่ 17.4% จากปีที่แล้ว อยู่ที่ 4,444 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ต่างๆ และการรุกทำตลาดที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับยอดขายจากผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของไทยยูเนี่ยนยังคงอยู่ที่ 42% ในไตรมาสแรก ที่เหลือมาจากธุรกิจการรับจ้างผลิตและธุรกิจบริการทางด้านอาหาร ด้านยอดขายในตลาดสหรัฐอเมริกายังคงมีสัดส่วนที่มากที่สุดที่ 40.3% ของยอดขายทั้งหมดในไตรมาสแรก ส่วนตลาดยุโรปเป็นอันดับรองลงมา ด้วยสัดส่วนยอดขายที่ 31% ตลาดในประเทศไทย 8.1% ญี่ปุ่น 6.4% และตลาดอื่นๆ 14.2%
“บริษัทมีความพอใจในผลกำไรที่เติบโตอย่างมาก ถึงแม้ว่าจะคงต้องเผชิญกับความท้าทายในเรื่องของต้นทุนวัตถุดิบ และสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนในหลายตลาดอยู่ ขณะที่ ในส่วนการลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน เรด ล็อบสเตอร์ นั้น ได้ส่งผลเชิงบวกให้แก่บริษัท นอกจากนี้ กำลังร่วมมือกันในการริเริ่มการดำเนินงานต่างๆ อีกมากมาย ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการมีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในอนาคต” นายธีรพงศ์ กล่าว

