หน้าแรก เศรษฐกิจ เอสเอ็มอี ชี้...

เอสเอ็มอี ชี้ ไทยรั้งท้ายอาเซียนจีดีพีโตต่ำสุด 10 ไตรมาส เสนอ ยกระดับการแข่งขันประเทศ

10.01.26 | 17:53 น.

เอสเอ็มอี ชี้ ไทยรั้งท้ายอาเซียนจีดีพีโตต่ำสุด 10 ไตรมาส เสนอ ยกระดับการแข่งขันประเทศ

นายแสงชัย ธีรกุลวานิช ประธานกิตติมศักดิ์และประธานยุทธศาสตร์สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย (SMEs) เปิดเผยว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจสำคัญในอาเซียนในช่วงไตรมาส 1/2566 ถึงไตรมาส 2/2568 เวียดนาม ครองอันดับ 1 ในภูมิภาค มีอัตรามขยายตัวต่อเนื่องในทุกไตรมาสราวร้อยละ 5.0-8.0 ขณะที่ ไทยรั้งท้ายอันดับ 6 จาก 10 ประเทศอาเซียน ซึ่งมีการขยายตัวของจีดีพีต่ำที่สุดเพียงราว 1.5-3.1 ต่อไตรมาส สะท้อนสัญญาณความท้าทายเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ “เศรษฐกิจ” การปรับเปลี่ยนนโยบาย กฎหมาย กลไกต่างๆ ของภาครัฐเป็นไปด้วยความพยายามที่ขาดความรวดเร็วให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม

นายแสงชัย กล่าวว่า เราไม่ได้แข่งกับประเทศอื่นๆ แต่เรากำลังต้องทบทวนผลงานที่ผ่านมาของประเทศเราเอง “รู้ปัญหา นโยบายใช่ แต่กลไกต้องตระหนักต่อความเร่งด่วน ไม่ยึดติดภาพจำความสำเร็จเก่า ไม่พึงพอใจกับสิ่งเดิม ไม่บอกทำแล้ว ทำอยู่แต่ไปต่ออย่างเชื่องช้า แต่เราจะต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วนขับเคลื่อนปลดล็อคเศรษฐกิจไทย” ทั้งนี้ ขนาดเศรษฐกิจและรายได้ต่อหัวของประชากรหากไทยเปรียบเทียบกับเวียดนาม “ยังเป็นต่อ” แต่หากขาดการวิเคราะห์เชิงยุทธศาสตร์และกลยุทธ์แบบเจาะลึกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงเปรียบเทียบระหว่างประเทศ และในอาเซียน หรือ ในระดับโลก ประเทศไทยจะเข้าสู่ “ประเทศรั้งท้ายอาเซียนและโลก” สิ่งที่จำเป็น คือ การมียุทธศาสตร์และกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์พร้อมกับแผนปฏิบัติการ การลงมือทำที่ตอบรับเศรษฐกิจใหม่ร่วมมือกันทุกภาคส่วน

นายแสงชัย กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรงในเวทีโลก ไทยควรเร่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ภายใต้ยุทธศาสตร์ “มุ่งเป้า เพิ่มรายได้ กระจายเสี่ยง เลี่ยงทุนเทา พึ่งพาตนเอง” เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน สิ่งที่ประเทศไทยมี คือ เสน่ห์แห่งวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่ต้องมีกลยุทธ์การตลาดดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและ “ประเทศอู่ข้าวอู่น้ำของโลก” ที่มีขีดความสามารถในการเป็นห่วงโซ่คุณค่าของโลกด้านอาหารที่มีบทบาทความสำคัญต่อ “ความมั่นคงทางอาหาร”

นายแสงชัย กล่าวว่า สิ่งสำคัญ คือ การมองเห็นคุณค่าของประเทศ และนำมาปักหมุดยุทธศาสตร์ สร้างกลยุทธ์ที่แตกต่างอย่างมีชั้นเชิงในเวทีการค้า การลงทุนและเศรษฐกิจโลก หากแต่เราเข้าใจ แต่ทำไม่ถึง พัฒนาไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เราจะนับถอยหลังขณะที่ประเทศเพื่อนๆนับไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว “Quick Big Win” จึงจะเกิดขึ้นอย่างแข่งขันได้ โดยมี 4 เศรษฐกิจค้ำยัน ค้ำถ่อให้เศรษฐกิจโลกแล่นไปข้างหน้า ได้แก่ เศรษฐกิจนวัตกรรม เศรษฐกิจสีขาว เศรษฐกิจตลาดหนึ่งเดียว และเศรษฐกิจพอเพียง

Advertisement

นายแสงชัย กล่าวว่า ไทยควรเร่งขับเคลื่อน “เศรษฐกิจนวัตกรรม” เพื่อรับมือการแข่งขันทางเศรษฐกิจโลก โดยมุ่งปรับโครงสร้างจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่ประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเพิ่มมูลค่าคุณภาพและผลิตภาพ ก้าวกระโดดจากเกษตรและอาหารรูปแบบเดิมสู่ “เกษตรกรและ SMEs ที่เป็นผู้ประกอบการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม” ขณะเดียวกัน การผลักดันให้ เกษตรกรและ SMEs เข้าสู่ระบบบ่มเพาะ ที่ปรึกษาหรือพี่เลี้ยง ช่วยวิเคราะห์ธุรกิจ วางแผนพัฒนา ลดความเสี่ยง ยกระดับมาตรฐานสากล และสร้างวินัยทางการเงินเพื่อเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้อง

นายแสงชัย กล่าวว่า ขณะเดียวกัน “ตลาดทุน SMEs to IDEs” การส่งเสริมระบบนิเวศทางเศรษฐกิจนวัตกรรมในการขยายการเติบโตจากหน่วยงาน NIA, TED Fund, บพข., University Holding Company และหน่วยงานต่างๆที่มีการบ่มเพาะ เร่งการเติบโต ให้ทุนนวัตกรรมและการขยายตลาดสินค้า บริการนวัตกรรมด้วยการใช้ประโยชน์จาก “Live Exchange Platform” เป็นกลไกสนับสนุนการเติบโต นอกจากนี้ “เฟรนไชส์นวัตกรรม” ไม่ใช่แข่งขันกันทำนวัตกรรมเรื่องเดียวกันซ้ำๆหลายรายและให้การสนับสนุน แต่ต้องนำนวัตกรรมที่พร้อมใช้และเหมาะสมนำมาส่งเสริมสนับสนุนขยายผลอย่างรวดเร็ว กระจายไปในพื้นที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ

นายแสงชัย กล่าวว่า แนวคิด “เศรษฐกิจสีขาว” ช่วยส่งเสริมความน่าเชื่อถือ ความไว้วางใจ เสน่ห์ดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนและทำการค้ากับประเทศไทยเพิ่มขึ้น เป็นเครดิตประเทศในเวทีนานาชาติ และสร้างบรรยกาศสภาพแวดล้อมการดำเนินธุรกิจที่เอื้อต่อเจรจาการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการอยู่อาศัยอย่างปลอดภัยและเป็นธรรม หนึ่งในกลไกสำคัญ คือ นโยบาย “มุ่ง 5 ลด 2 เพิ่ม” เพื่อปรับโครงสร้างการบริหารและการบริการภาครัฐ ได้แก่ ลดขั้นตอน ลดระยะเวลา ลดค่าใช้จ่าย ลดกำลังคนส่วนเกิน ควบคู่กับการเพิ่มค่าตอบแทนข้าราชการ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ผ่านการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ ประกาศที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการและประชาชน และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล AI Blockchain เข้ามาส่งเสริมในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายแสงชัย กล่าวว่า อีกประเด็นสำคัญ คือ นโยบาย “ลบเทา เติมขาวให้เต็ม” มุ่งปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นและทุนเทาผิดกฎหมาย การตรวจสอบและปราบปรามการฟอกเงิน ยาเสพติด สแกมเมอร์อย่างจริงจังและมีมาตรการเชิงรุกที่ชัดเจน ลดปัญหาการถูกแบน การถูกจัดอันดับที่ไม่ดีด้านความโปร่งใส ความยุติธรรมจากเวทีนานาชาติ ขณะเดียวกัน ยังมีข้อเสนอ “ดึงนอกเข้าใน” โดยการดึงเศรษฐกิจนอกระบบเข้าสู่ในระบบ ทั้งผู้ประกอบการและแรงงานนอกระบบเพื่อให้ขยายฐานเศรษฐกิจและส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจในระบบอย่างถูกต้องและเท่าเทียมกัน เสริมสร้างโอกาสการเข้าถึงมาตรการภาครัฐ แหล่งเงินทุนในระบบ

นายแสงชัย กล่าวว่า “เศรษฐกิจตลาดหนึ่งเดียว” เปลี่ยนโฟกัสจากการขยายตลาดในประเทศ สู่การผลักดันผู้ประกอบการไทยให้ทำธุรกิจได้ทั่วโลก พร้อมลดอุปสรรคและอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนให้แข่งขันได้เหนือประเทศอื่นเสนอยกระดับ BOI เป็น “Best of Investment” ดึงการย้ายฐานการผลิตและเร่งพัฒนาเขตเศรษฐกิจ 4 ภูมิภาค ปักหมุดไทยเป็นศูนย์กลาง Wellness Investment ของอาเซียนและโลกควบคู่กับการผลักดันผู้ประกอบการไทยออกไปลงทุนและค้าขายในประเทศเป้าหมาย นำเงินตราเข้าประเทศขณะเดียวกัน เสนอจัดทำ Local Content Roadmap หนุนผลิตสินค้าและบริการทดแทนนำเข้าสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน ลดขาดดุลการค้ารวมถึงใช้ FTA เชิงรุก เจาะตลาดเป้าหมาย พร้อมตั้งศูนย์ให้คำปรึกษา ข้อมูลและวางแผนทำสอบตลาดเป้าหมาย ทำให้ FTA เข้าใจง่ายและช่วยผู้ประกอบการไทยขยายตลาดได้จริง

นายแสงชัย กล่าวว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นวิถีเพียงพอสู่ความยั่งยืน ไม่ยึดติดวัตถุนิยม ให้คุณค่าของการทำความดีและยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้งในการดำรงชีวิตและดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม คุณธรรมและธรรมาภิบาล นอกจากนี้ การปลูกฝังวัฒนธรรมพอเพียงควบคู่กับวินัยทางการเงิน จะช่วยให้เกษตรกรและ SMEs มีความพร้อมและความน่าเชื่อถือในการเข้าถึงแหล่งทุนมากขึ้น โดยจะต้องไปควบคู่กับการยกระดับขีดความสามารถอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

นายแสงชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ การขับเคลื่อน ESG เพื่อความยั่งยืน มุ่งเน้นส่งเสริมการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลด PM2.5 การจัดการขยะ การใช้พลังงานสะอาด และทรัพยากรหมุนเวียนอย่างคุ้มค่า ตามแนวทาง BCG Economy ควบคู่การคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชน และสังคม ดำเนินธุรกิจถูกกฎหมาย มีจริยธรรมและธรรมาภิบาล เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและการยอมรับต่อธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สังคมและประเทศชาติในระยะยาว