สรท. เตือน ส่งออกไทย 69 เสี่ยงสะดุด ชี้ภาษีสหรัฐกดดัน ค่าเงินบาทแข็ง
เมื่อวันที่ 12 มกราคม นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก แถลงข่าวร่วมกับคณะกรรมการสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ระบุว่า การส่งออกของไทยในเดือนพฤศจิกายน 2568 มีมูลค่า 27,445.6 ล้านดอลลาร์ หรือ 890,204 ล้านบาท ขยายตัว 7% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 12% ขณะที่มีการนำเข้า มีมูลค่า 30,172.5 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 17% ดุลการค้า ขาดดุล 2,726.9 ล้านดอลลาร์
นายธนากร เปิดเผยว่า นอกจากนี้ ภาพรวม 11 เดือนแรกของปี 2568 การส่งออก มีมูลค่า 310,706 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 12% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 315,662.5 ล้านดอลลาร์ขยายตัว 12% ดุลการค้า ขาดดุล 4,956 ล้านดอลลาร์ ด้านการส่งออก 11 เดือนแรกของปี 2568 ขยายตัวที่ร้อยละ 12.6 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 13% มูลค่าการค้ารวม
นายธนากร กล่าวว่า ทั้งนี้ สรท. เชื่อว่าการส่งออกปี 2568 จะเติบโตมากกว่า 9% ซึ่งแม้จะมีอุปสรรครอบด้านแต่ภาพรวมตลอดทั้งปี 2568 ยังมีการเติบโตจากการเร่งนำเข้าของคู่ค้าสำคัญในช่วงไตรมาส 1-3
นายธนากร กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สำหรับปี 2569 สรท. คาดว่าการส่งออกไทยมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราชะลอลง อยู่ที่ร้อยละ 2–4 ท่ามกลางแรงกดดันทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยเฉพาะสภาพตลาดโลกที่ตึงตัวจากมาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง และฐานการส่งออกในปีก่อนที่ขยายตัวในระดับสูง แม้บางอุตสาหกรรมยังมีสัญญาณบวกอยู่ก็ตาม
นายธนากร กล่าวว่า ทั้งนี้ สรท. ระบุปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังในปี 2569 ได้แก่ ปัจจัยภายในประเทศ อาทิ ความต่อเนื่องของนโยบายการเมืองที่อาจกระทบเศรษฐกิจ ต้นทุนผู้ประกอบการที่เพิ่มขึ้นจากค่าแรงขั้นต่ำและสวัสดิการแรงงาน ค่าเงินบาทแข็งค่ากระทบรายได้ส่งออก ทิศทางต้นทุนพลังงาน การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่อาจไม่เชื่อมโยงกับซัพพลายเชนในประเทศ ปัญหาความแออัดในท่าเรือแหลมฉบังและคลังสินค้าสุวรรณภูมิ รวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดซ้ำซาก
ส่วน ปัจจัยภายนอก ได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐกิจ มาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐ (US Reciprocal Tariff) ที่เริ่มส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ความไม่ชัดเจนของเงื่อนไข Transshipment สินค้าจากจีนที่มีแนวโน้มทะลักเข้าสู่ไทยมากขึ้น รวมถึงค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าในปี 2569 ซึ่งจะกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก
นายธนากร กล่าวว่า ขณะเดียวกัน สรท. ได้เสนอแนวทางให้รัฐบาลเร่งดำเนินการเพื่อรองรับความเสี่ยงดังกล่าว ได้แก่ การดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับเหมาะสม การส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) และเร่งเจรจาเกณฑ์ RVC กับสหรัฐ การขยายความตกลงการค้าเสรี (FTA) การรุกตลาดใหม่อย่างเชิงรุก การเข้มงวดกำกับดูแลสินค้านำเข้า รวมถึงการผลักดันเศรษฐกิจสีเขียว พลังงานสะอาด และการยกระดับระบบขนส่งและโลจิสติกส์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของไทยในระยะยาว

