ราคาน้ำมันดิบ พุ่งขึ้น 4 วันติด เซ่นความปั่นป่วนในอิหร่าน
ราคาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าพุ่งขึ้นในตลาดซื้อขายเอเชีย เมื่อวันที่ 13 มกราคม ติดต่อกันเป็นวันที่ 4 ท่ามกลางความกังวลว่าการส่งออกน้ำมันจากอิหร่านอาจได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์ประท้วงใหญ่ต่อต้านผู้นำอิหร่านและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สหรัฐอเมริกาอาจเข้ามาดำเนินปฏิบัติการในอิหร่านเร็วๆ นี้
ราคาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 0.4% เป็น 64.10 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้าเวสต์เท็กซัสเพิ่มขึ้น 0.4% เช่นกันเป็น 59.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ในการซื้อขายช่วงก่อนหน้านี้ ส่วนราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน
สาเหตุที่ราคาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบเพิ่มสูงขึ้นเป็นเพราะความกังวลเกี่ยวกับอิหร่าน ซึ่งเป็นสมาชิกโอเปค จากการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีที่มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐขู่ว่าจะดำเนินปฏิบัติการทางทหารหากอิหร่านยังคงใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วง พร้อมกับประกาศขึ้นภาษีศุลกากร 25% แก่ประเทศใดก็ตามที่ทำการค้ากับอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ของธนาคาร ING ให้ความเห็นว่าคำขู่ขึ้นภาษีดังกล่าวของสหรัฐจะทำให้จีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันอิหร่านรายใหญ่ เลิกซื้อน้ำมันจากเตหะรานหรือไม่ยังคงต้องติดตามกันต่อไป นอกจากนั้น ยังเกิดความเสี่ยงจากการส่งน้ำมันจากรัสเซียเช่นกัน เพราะโครงสร้างพื้นฐานในการส่งออกน้ำมันของรัสเซียถูกยูเครนโจมตีอย่างหนัก ทั้งนี้ การส่งออกน้ำมันของคาซัคสถานจากสถานีส่งน้ำมัน CPC จะเจอกับแรงกดดันอย่างมากในเดือนนี้ เพราะคาดว่าการส่งน้ำมันที่สถานีส่งน้ำมันดังกล่าวจะต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ตอนแรกถึง 45% อยู่ที่ระหว่าง 8-9 แสนบาร์เรลต่อวัน
อย่างไรก็ตาม ประเทศเวเนซุเอลาคาดว่าจะกลับมาส่งออกน้ำมันอีกครั้ง หลังความปั่นป่วนในเวเนซุเอลาที่ทำให้การส่งออกน้ำมันหยุดชะงักไป เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีสหรัฐประกาศว่าเวเนซุเอลาจะส่งน้ำมัน 50 ล้านบาร์เรลมายังสหรัฐ ซึ่งคาดว่าน้ำมันดังกล่าวจะเข้าสู่ตลาดน้ำมันโลกในที่สุด

