เอกชนท่องเที่ยวเปิดเวทีพรรคการเมืองใหญ่โชว์นโยบายแก้ปมทุนเทา-สกัดนอมินี
นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ทีมเศรษฐกิจและผู้จัดทำนโยบายด้านการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า เรื่องสำคัญที่สุดที่ต้องเร่งแก้ไขในภาคการท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลกระทบในภาพรวมเป็นเรื่องเงินทุนสีเทา ทั้งทุนจากต่างประเทศที่เข้ามาใช้คนไทยเป็นนอมินี และทุนไทยเทา เพราะหลายกรณีที่เกิดขึ้นมีคนไทยร่วมขบวนการ อาทิ การซื้อคอนโดมิเนียมแล้วปล่อยเช่าให้นักท่องเที่ยวต่างชาติแบบฝากกุญแจไว้ให้รับกันตามตู้ตามต้นไม้ที่นัดไว้ ซึ่งต้องแก้ไขทั้งกระบวนการเหล่านี้ แต่ข้อมูลในช่วง 1 ปีที่ผ่านมากลับพบว่า อัตราการจับกุมดำเนินคดีจริงของกลุ่มที่ทำความผิดอย่างชัดเจนแบบนี้ หรือกลุ่มทุนเทามีเพียง 11 รายเท่านั้น ขั้นตอนที่พรรคประชาชนจะทำอย่างจริงจังคือ การตรวจสอบผู้เข้าข่ายกระทำความผิด โดยให้ผู้ประกอบการหรือประชาชนร้องเรียนเข้ามาผ่านแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ เนื่องจากเชื่อว่าคนทำธุรกิจจะรู้ดีที่สุดว่าใครทุนเทาหรือไม่เทา จากนั้นหากพบว่าผิดจริง จะต้องตามยึดทรัพย์ตามกฎหมายให้ได้ เหมือนที่ผ่านมามีกรณีทุนเทาใช้นอมินีซื้อบ้านในโครงการบ้านหรูกว่า 50 หลังจาก 100 หลัง ซึ่งเราจะปล่อยให้เกิดกรณีแบบนี้ขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ได้
5โจทย์แก้ปมสุดท้าทาย
นายสิทธิพล กล่าวว่า โจทย์ความท้าทายในการแก้ปัญหาของภาคการท่องเที่ยว แบ่งเป็น 5 เรื่องหลัก ได้แก่ 1.การไม่กระจายตัวของรายได้ท่องเที่ยวและการกระจุกของการเที่ยวเป็นฤดูกาล 2.นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่กลับมาเที่ยวซ้ำ เพราะคู่แข่งในต่างประเทศมีการพัฒนาและแข่งขันสูง 3.เงินทุนสีเทา ไม่นับต้นทุนที่มาว่าสกปรกมากน้อยเท่าใด แต่ยังเข้ามาแข่งขันกับผู้ประกอบการไทย โดย 20-30% ของรายได้ท่องเที่ยวภาพรวมอยู่กับนอมินี 4.การพัฒนาแอพพลิเคชั่นในยุคดิจิทัล เพื่อสร้างมูลค่าให้กับท่องเที่ยวไทย ไม่ใช่หน่วยงานรัฐต่างคนต่างมีแอพของตัวเอง หรือสร้างมาแล้วไม่มีคนใช้ และ 5.การจัดการงบประมาณที่ไม่สมดุลให้ถูกใช้จ่ายอย่างเหมาะสม เพราะไม่ใช่ว่าเราไม่มีงบประมาณ แต่เน้นงานหน้าบ้านอย่างอีเวนต์เยอะมาก ไม่ได้พัฒนาหลังบ้านอย่างการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว หรือโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งเป็นฝั่งซัพพลายไซด์ ทำให้ต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหาในส่วนนี้
“กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไม่สามารถดำเนินการเรื่องเหล่านี้เองได้ ต้องทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การซ่อมแซมโบราณสถาน การทำถนนหนทาง เราต้องจัดงานงบประมาณและการประสารงานเพื่อตอบโจทย์การท่องเที่ยวที่มองไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนนโยบายที่ภาคเอกชนฝากคำถามมาอย่างกัญชา มีความคิดเห็นอย่างไรนั้น ต้องแจ้งว่า พรรคประชาชนไม่ได้มีนโยบายนี้ กัญชายังถูกนับเป็นยาเสพติดอยู่ แต่หากจะใช้เรื่องสันทนาการ การแพทย์ จะต้องไปขออนุญาตให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้กระทบกับภาพลักษณ์ความกังวลของต่างชาติ” นายสิทธิพล กล่าว
เพื่อไทยชูอัพสกิล-รีสกิล
นายสุรเกียรติ เทียนทอง ผู้สมัคร สส. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีนโยบายในการจ่ายเงินชดเชยสำหรับประชาชนที่ต้องการอัพสกิล-รีสกิล หรือนโยบายเรียนได้งบ จบได้งาน เพราะหากประชาชนต้องการอัพสกิลตัวเองผ่านการไปหาความรู้เพิ่มเติมจะต้องขาดการทำงานไป ซึ่งในช่วงของการลางาน 1 เดือนจะชดเชยรายได้ให้ และพัฒนาเมืองรองให้เป็นท่องเที่ยวหลัก ในอีก 10 ปีข้างหน้า เพื่อผลักดันนักท่องเที่ยวให้โตตามเป้าหมาย หากต้องการให้นักท่องเที่ยวถึง 40 ล้านคน จะต้องมีการพัฒนาเมืองรองให้มีศักยภาพ พัฒนาด้านดีมานด์ไซต์ เพื่อป้องกันโอเวอร์ทัวริสซึ่ม รวมถึงการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการจัดงานอีเวนต์ ดึงงานอีเวนต์ใหญ่ๆ มาจัดในเมืองไทย ขณะที่มุมมองนโยบายเรื่องกัญชา พรรคเพื่อไทยเป็นคนเสนอให้กลับไปอยู่ในทะเบียนของยาเสพติดใช้เฉพาะในการแพทย์เท่านั้นเป็นเรื่องที่ตั้งธงมาตลอด
ระดมอีเวนต์ใหญ่เข้าไทย
“ในเรื่องการทำอีเวนต์ประชาสัมพันธ์ ททท.อาจต้องลดการจัดอีเวนต์ย่อยๆ ลง แต่จัดอีเวนต์ใหญ่หลักๆ แทน และทำงานร่วมกับเอกชน เพื่อให้เกิดการพัฒนาเมืองรอง พร้อมให้การสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อให้เกิดการจัดอีเวนต์ในเมืองรองที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะการที่ไทยมีความสามารถในเรื่องสุขภาพ จึงจะผลักดันให้ไทยเป็นจุดหมายด้านสุขภาพและความงาม หรือเฮล แอน บิวตี้ เพราะไทยมีความพร้อมทั้งคน โรงพยายาล และสถานที่ที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวมาดูแลรักษาตัวเอง” นายสุรเกียรติ กล่าว
เน้นพัฒนาเมืองรอง
นายวีระพงศ์ ประภา ผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประชาธิปัตย์มีนโยบายในการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมเมืองรอง เพื่อจัดสรรงบประมาณให้เมืองรองยกดับวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยใช้โมเดลจากแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมในตอนนี้ อาทิ ทรงวาด เมืองเก่าสงขลา และส่งเสริมศิลปินหรือปราญพื้นที่ รวมถึงนโยบายคูปองการศึกษาเพื่อให้แรงงานในพื้นที่ อัพสกิล-รีสกิล ภาษาอังกฤษ การประสานงาน ภาษาอังกฤษ ฯลฯ สำหรับแรงงานในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยจะใช้การเจรจาการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เป็นจุดเชื่อมโยงที่จะช่วยสนับสนุนธุรกิจภาคบริการมีเงินลงทุนมากขึ้นในเทคโนโลยีและพาร์ทเนอร์ชิป เพื่อส่งเสริมภาคบริการและเพเมนต์ต่างๆ เน้นย้ำว่าตอนนี้ประเทศไทยรอไม่ได้แล้วไม่เช่นนั้นเราจะตกขบวน
นายวีระพงศ์ กล่าวว่า สำหรับนโยบายกัญชา จากที่ได้หารือกับทูตประเทศหนึ่งในยุโรป สะท้อนเสียงถึงคงามกังวลต่อการปล่อยให้เกิดกัญชาเสรีมาว่า เรื่องนี้ถืแเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศเขามาก เพราะเมื่อคนของเขามาเที่ยวไทยแล้วมีการขนกัญชากลับไปประเทศด้วย ถือเป็นปัญหาในระดับการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะหลายประเทศในยุโรป ทำให้ต้องได้รับการแก้ไข

