พณ.ประเดิมมหกรรมธงฟ้าที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ คาด 3 วันสะพัด 30 ล.
เมื่อวันที่ 14 มกราคม นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวหลังเปิดงาน “มหกรรมธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพ” ที่ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคาร B ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ที่จัดระหว่างวันที่ 14-16 มกราคม 2569 ว่า กรม ได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิต กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เครือข่ายธุรกิจ และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมถึงผู้ประกอบการจากจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา นำสินค้าอุปโภคบริโภคมาจำหน่ายรวม 10 หมวด กว่า 2,000 รายการ และลดราคาสูงสุด 60% อาทิ อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง ซอสปรุงรส ของใช้ประจำวัน น้ำยาซักผ้า เครื่องครัว เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องแต่งกาย และสินค้าชุมชน พร้อมกับสินค้าไฮไลท์และสินค้าเกษตรราคาพิเศษ เช่น ไข่ไก่เบอร์ M แผงละ 80 บาท น้ำตาลทราย 20 บาท/กิโลกรัม น้ำมันปาล์ม 35 บาท/ขวด(ลิตร)จากราคาปกติ 45-50 บาท ข้าวหอมมะลิ( 5 กิโลกรัม) ถุงละ 110 บาท หอมแดง 55 บาทต่อกก. เพื่อดูแลค่าครองชีพประชาชน และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจาก 7 จังหวัดชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ได้นำสินค้ามาจำหน่ายภายในงาน เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางตลาดและสร้างรายได้ โดยการจัดมหกรรมธงฟ้าครั้งแรกของปี 2569 นี้คาดว่าจะสามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพและสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 30 ล้านบาท โดยจากนี้กรมจะมีการจัดมหกรรมธงฟ้าและจัดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการทั่วประเทศนำสินค้ามาจำหน่ายในภูมิภาคต่างๆต่อเนื่อง ซึ่งในแผนช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมนี้ จะมีการจัดอีกในพื้นที่ภาคใต้ เช่น หาดใหญ่ และภาคอีสานใน 7 จังหวัดอีสาน
นายวิทยากร กล่าวว่า พร้อมกันนี้ กรมได้เตรียมปฎิทินและแผนงานดูแลสินค้าเกษตร และอุปโภคบริโภคล่วงหน้า เพื่อป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาดและราคาตกต่ำ ซึ่งในแผนงานจะเป็นการวางแผนลงรายละเอียด เช่น พืชเกษตร จะเน้น 10 ชนิด อาทิ ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ผลไม้(ทุเรียน) พืชหัว(หอมแดง กระเทียม) เนื้อสัตว์ เป็นต้น โดยจะเป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในกระทรวง เช่น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะเชื่อมโยงการหาตลาดและผลักดันการส่งออก โดยจะนำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพาณิชย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 15 มกราคม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นประธาน ประชุมแผนงานของกระทรวงต่างๆในกระทรวงพาณิชย์ และติดตามแผนงานที่ได้ดำเนินการ หลังจากที่ได้มีการเยี่ยมหน่วยงานต่างๆก่อนปีใหม่ ซึ่งในการประชุมแต่ละกรมจะเสนอแผนงานระยะสั้นช่วงก่อนและหลังมีรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้ต้องเตรียมแผนรับมือปัจจัยเสี่ยงภายนอกและผลผลิตพืชที่จะออกสู่ในตลาดในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน เช่น ข้าว ผลไม้



