หน้าแรก เศรษฐกิจ รฟท. ตั้งกก.ส...

รฟท. ตั้งกก.สอบเครนถล่มโคราช เสียหายสูง 140 ล้าน เผย ITD ยังเหลืองานอีก 2 สัญญา

15.01.26 | 16:24 น.

รฟท. ตั้งกรรมการสอบเครนถล่ม เผยยอดเสียหายเบื้องต้น 140 ล้าน รอผลสอบเตรียมเอาผิดผู้เกี่ยวข้อง ด้าน ITD ยังเหลืองานอีก 2 สัญญา จะกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด

เมื่อวันที่ 15 มกราคม นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยถึงเหตุอุบัติเหตุเครนก่อสร้างพังถล่มทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี โดยเหตุเกิดบริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ว่า นอกจากที่ ทางกระทรวงคมนาคม ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง แล้วนั้น

ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเหตุอันตรายภายในองค์กร โดยกรณีนี้ต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า ในขณะเกิดเหตุ โครงสร้างหรืออุปกรณ์ที่พังถล่มนั้นอยู่ระหว่างการเคลื่อนย้าย หรือเป็นการติดตั้งเสร็จแล้วแต่เกิดการหลุดหรือเคลื่อนตัวภายหลัง รวมถึงตรวจสอบว่าได้มีการยึดล็อกตามขั้นตอนและมาตรฐานความปลอดภัยครบถ้วนหรือไม่ โดยรายละเอียดทั้งหมดจะอยู่ในขอบเขตการพิจารณาของคณะกรรมการสอบสวน

ทั้งนี้ รฟท. ได้เชิญหน่วยงานอิสระด้านวิศวกรรม เช่น วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และสภาวิศวกร เข้าร่วมตรวจสอบ เพื่อให้การสอบสวนมีความเป็นกลางและรอบด้าน คาดว่าจะสามารถสรุปผลการสอบสวนได้ภายในประมาณ 15 วัน

นายอนันต์ กล่าวว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงที่การรถไฟแห่งประเทศไทยทำสัญญากับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD มี 3 สัญญา จาก 10 สัญญา ซึ่งขณะนี้ในช่วงสัญญาที่ 3–4 ได้แก่ ช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด ถือว่าอยู่ในช่วงท้ายของสัญญา

Advertisement

ส่วนอีก 2 สัญญาที่เหลือที่อิตาเลียนไทย รับผิดชอบ รฟท. จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและกำกับดูแลการก่อสร้างทุกขั้นตอน เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

นายอนันต์ กล่าวว่า ยอมรับว่า การก่อสร้างในสัญญาที่ 3–4 เป็นงานที่มีความยาก เนื่องจากแนวเส้นทางรถไฟความเร็วสูงในช่วงดังกล่าวเป็นการก่อสร้างในลักษณะโค้ง คร่อมรางรถไฟเดิมด้านล่าง ซึ่งแตกต่างจากการก่อสร้างทั่วไปที่ไม่ได้พาดผ่านทางรถไฟ โดยหลังจากนี้จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า มีการติดตั้งอุปกรณ์เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานครบถ้วนหรือไม่ รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ควบคุมงานตลอดอยู่ในพื้นที่หรือไม่ ซึ่งจะมีการประชุมเพื่อตรวจสอบสภาพหน้างานโดยเฉพาะ

นายอนันต์ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่มีข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงยังมีขบวนรถไฟวิ่งผ่านในระหว่างการก่อสร้างนั้น หากเป็นการก่อสร้างในระดับดิน จำเป็นต้องเคลียร์พื้นที่และประกาศปิดการเดินรถเพื่อไม่ให้ล้ำเข้าไปในโครงสร้าง ซึ่งที่ผ่านมาโครงการรถไฟทางคู่ก็ใช้วิธีดังกล่าวและไม่พบปัญหา

อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างครั้งนี้เป็นการก่อสร้างโครงสร้างยกระดับในแนวโค้ง ซึ่งรถไฟธรรมดาสามารถเข้าโค้งได้มากกว่า ขณะที่รถไฟความเร็วสูงมีข้อจำกัดในการเข้าโค้ง ทำให้โครงสร้างต้องคร่อมแนวทางรถไฟเดิม โดยการก่อสร้างบริเวณข้างทางในแนวรถไฟที่ไม่สามารถหยุดการเดินรถได้

ตามหลักปฏิบัติ หากมีการติดตั้งลอนเชอร์และฐานรองรับอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง และเข้าจุดตามแบบขณะเคลื่อนตัวก็สามารถให้รถไฟวิ่งผ่านได้ แต่ทั้งนี้ต้องตรวจสอบว่าการติดตั้งเป็นไปอย่างถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ ส่วนกรณีการตรวจสอบผู้ควบคุมงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด โดยเบื้องต้นได้รับรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ควบคุมงานอยู่ด้านบนโครงสร้าง และบอร์ดการรถไฟฯ ได้มีมติให้เชิญวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และสภาวิศวกร เข้ามาร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง

นายอนันต์ กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการเอาผิดกับบริษัท ITD นั้น รฟท. จะต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ เบื้องต้นโครงการดังกล่าวมีการทำประกันภัยไว้กับเอกชนตามเงื่อนไขในสัญญา ซึ่งยืนยันว่ามีวงเงินคุ้มครองครอบคลุมความเสียหายทั้งหมด และได้มีการลงนามกับบริษัทประกันภัยในเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาแล้ว

เบื้องต้น ความเสียหายมี 2 ส่วน ส่วนแรกคือ รถดีเซลราง 2 คัน ประเมินความเสียหายคันละ 70 ล้านบาท แต่หากประเมินค่าซ่อมสองคันรวม 105 ล้านบาท และทางรถไฟที่ชำรุดเสียหาย ส่วนที่ 2 ทางกฎหมาย จะดำเนินการแจ้งความเอาผิดทางอาญาเนื่องจากมีผู้เสียชีวิต และความเสียหายทางแพ่ง ที่ทำให้ รฟท. เสียภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นกับประชาชน ส่วนจะเป็นความบกพร่องหรือความประมาทขึ้นอยู่กับการตรวจสอบ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย และผลการตรวจสอบจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกระทรวงคมนาคมที่มีรองปลัดกระทรวงคมนาคม ด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็นประธาน

ส่วนกรณีการพิจารณาแบล็กลิสต์บริษัท ITD นั้น ต้องเรียนว่า หากผลการสอบสวนพบความผิดร้ายแรง รฟท. สามารถพิจารณาดำเนินการขึ้นบัญชีดำผู้รับเหมาได้ แต่ต้องเป็นไปตามขั้นตอน โดยจะต้องจัดทำรายงานเสนอไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อพิจารณาต่อไป

นายอนันต์ กล่าวว่า สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างและแผ่นโครงสร้างที่ล้มลงว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ประเด็นนี้อยู่ในขอบเขตการทำงานของคณะกรรมการสอบสวน ซึ่งจะตรวจสอบเอกสาร แบบก่อสร้าง วัสดุที่ใช้ และหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างละเอียด ก่อนสรุปผลอย่างเป็นทางการ และ การตรวจสอบจะไม่จำกัดเฉพาะบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่จะตรวจสอบทุกโครงการ ทุกผู้รับเหมา ที่มีลักษณะงานก่อสร้างคร่อมทางรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน โครงการรถไฟทางคู่ หรือโครงการอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน โดย รฟท.จะต้องกลับไปทบทวนตำแหน่งก่อสร้างทุกจุดที่เข้าข่ายความเสี่ยง