ชนัญดา-กฤตธี บุกตลาดกาแฟ ไทยไม่แพ้ชาติใด
กาแฟที่ดี ดูจากอะไร?
บางทีคำตอบอาจไม่ได้วัดแค่รสชาติหรือราคาไฮเอนด์ หากแต่ซ่อนอยู่ในตัวของ บาริสต้า
อยู่ในความพิถีพิถันของการปลูกให้ได้มา ทุกขั้นตอนอันละเมียดของการคั่วบ่ม
จาก CEO ผู้ไม่ชอบดื่มกาแฟตั้งแต่ต้น ผันตัวเข้าสู่ธุรกิจสายนี้แบบทุ่มเต็มตัว จนนำพาให้ BEANS Coffee Roaster ติดตลาด ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
เริ่มต้นจากโรงคั่วเล็กๆ ในซอยย่านทองหล่อ หน้าร้านเป็นเหมือนห้องตาบอดที่ใครๆ ก็ชั่งใจว่าจะก้าวเข้าไปดีไหม
แต่สิ่งที่พาให้ บีนส์ ออกจากมุมเล็กๆ ได้
คือ เมล็ดกาแฟ ที่มีเอกลักษณ์ ไม่อาจหาได้จากที่ไหน
มอบเครื่องดื่มให้คุณละเลียดด้วยความฟิน อินกับทุกหยดที่สกัด ผ่านคอนเซ็ปต์ที่ถูกออกแบบอย่างเอาใจใส่
เป็นความความสัมพันธ์แบบวิน-วิน เพราะมากกว่าการขาย คือการ ยืนเคียงข้างเกษตรกรไทย ยกระดับแบรนด์กาแฟไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง ยืนระยะได้ยืนยาว
ด้วยเชื่อว่า เมล็ดกาแฟไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก วันนี้อาจโตไปสู่โกลบอลได้ง่าย แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือ ไปแล้วต้องเติบโต และที่สำคัญต้องเป็นกาแฟที่ทุกคนเข้าถึงได้
ทว่า ชื่อนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากขาดนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่กล้าเสี่ยง ลงสนามด้วยความเชื่ออย่างเต็มเปี่ยมในพลังของคุณภาพสินค้าไทย
ชนัญดา ทวีสิน (นุ้บ) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กฤตธี ธนวิพุธ (กฤต) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ แห่ง BEANS Coffee Roaster เสิร์ฟเครื่องดื่มที่สกัดด้วยความรัก นั่งสนทนาอย่างออกรส
ก่อนจะแชร์หมดเปลือกถึงเรื่องราวหลังบ้าน
กว่าจะนำพาร้านเล็กๆ ขยายออกไปแล้วกว่า 21 สาขาในวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย
ชนัญดา CEO สาว บุตรสาวอดีตนายกฯเศรษฐา เล่าย้อนไปถึงจุดสตาร์ต ที่หันมาจับธุรกิจกาแฟ เริ่มต้นจากไปซื้อแฟรนไชส์ร้านกาแฟหนึ่งมาลองทำด้วยกันก่อน ซึ่งตอนนั้นดูแค่การหาพนักงาน หาโลเกชั่น ส่วนมาร์เก็ตติ้งแบรนด์แม่เป็นคนจัดการ
ทางด้าน กฤตธี เห็นถึงโอกาส ในเมื่อเรามีพื้นที่อยู่แล้ว ทำร้านกาแฟตรงนั้นเองเลยดีกว่า
จนได้มาเจอกับ พี่ฟาน อัครินทร์ ศิวพรพิทักษ์ ที่เข้ามาช่วยมาคอนซัลต์ ให้คำปรึกษา อีกทั้งยังคั่วเมล็ดส่งตรงจากฟาร์มมาให้ เป็นจุดเริ่มต้นให้ชักชวนกันมาทำโรงคั่วเมล็ดกาแฟ
จนเกิดเป็นสาขาแรกที่ทองหล่อ 19 ซึ่งปัจจุบันขยับขยายไปอยู่ที่ ทองหล่อ ซอย 12 เรียบร้อยแล้ว
“เราทั้งคู่ไม่ได้ชอบกินกาแฟกันตั้งแต่แรก ผมชอบกินช็อกโกแลตนุ้บชอบกินชาเขียว”
“เราสังเกตว่า เมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว เมล็ดกาแฟทุกร้านแพงหมด บางตัวมันก็ไม่ได้แพงขนาดนั้น ในเมื่อเรามีโรงคั่ว มีเมล็ดอยู่แล้ว เลยเปิดเป็นร้านมานั่งกิน ให้เหมือนมากินบ้านเพื่อน ราคามีตั้งแต่เบลนด์ละ 25-70 บาท ถ้าได้มาแพงก็ขายแพง ได้มาถูกก็ราคาถูก”
คือสตอรี่ของกาแฟ ที่ราคาสมเหตุสมผล และแฟร์กับผู้บริโภคมากพอ
กฤตธียังจำโมเมนต์เปิดร้านวันแรกได้ดีว่าขายได้ 5 แก้ว วันต่อมาขายได้ 6 แก้ว 7 แก้ว และจุดนี้เองเป็นสิ่งที่รู้สึกว่า เราต้องไปต่อ…
ถามถึงความยูนีคของเมล็ดกาแฟ Beans ด้วยความที่ฟานมีไร่กาแฟอยู่แล้ว จึงรับเมล็ดกาแฟมาแปรรูปขายและคั่วอยู่เรื่อยๆ ครั้นมีโอกาสได้ไปเยือนถึงไร่ ทำให้ได้เห็นว่า เขาทำกันจริงจังเป็นอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรมากพอสมควร
“การปลูกกาแฟมันยาก ต้องมีการให้ความรู้เพื่อเซตมาตรฐาน ปัจจุบันเราอยากจะทำมันให้ใหญ่ขึ้น ผนึกกำลังหลายๆ ภาคส่วน เพื่อยกระดับเมล็ดกาแฟไทย
ในวงการกาแฟ เรารู้อยู่แล้วว่าเมล็ดกาแฟไทยไม่เพียงพอ ดีมานด์เยอะกว่าซัพพลาย เราต้องเพิ่มซัพพลาย แต่ต้องได้คุณภาพด้วยนะ วันหนึ่งถ้าเรามีความรู้ไปช่วยเขา ยกระดับความเป็นอยู่ให้เกษตรกร มันจะวิน-วินทั้งคู่ ร้านเราเองก็มีกาแฟคุณภาพมาเสิร์ฟลูกค้า”
เล่ามาถึงจุดนี้ ชนัญดาอดใจไม่ไหว แง้มถึงโปรเจ็กต์เสริมด้วยความตื่นเต้น
คือการซุ่มทำ ศูนย์การเรียนรู้แบบครบวงจร อยู่ที่ภาคเหนือ
“เราอยากให้ Beans เป็นร้านกาแฟที่คุ้มค่า มารับประทานได้บ่อยๆ กลับมาทานได้ทุกวัน ด้วยความที่เรามีเมล็ดกาแฟที่หลากหลาย ใครอยากลองตัวใหม่ๆ ทางเราก็มีให้ลองเรื่อยๆ”
“บางสาขาของเรามีตั้งแต่ 5 เบลนด์ จนถึง 30 เบลนด์ ถ้ามาทุกวันใน 1 เดือน อาจรับประทานไม่ซ้ำเคยคุยกันว่า ลดไหม? เพราะมันเยอะ แต่ลูกค้าชอบ ก็เลยยังคงจำไว้อยู่ และแต่ละสาขาก็มีเบลนด์ของตัวเอง”
แอบถามมาให้แล้ว… เมนูที่ขายดีที่สุดยกให้กับ B-1 ยกให้เป็น Signature Coffee ตามมาด้วย S-13 เมล็ดพันธุ์ไทยจากน่าน และ C-5 ที่บอกเลยว่าต่างชาติถูกปากกันอย่างมาก บางครั้งก็กวาดเมล็ดไปหมดเลยก็มี
สิ่งนี้เองที่มาช่วยคอนเฟิร์มความเชื่อมั่นว่า ไทยทำ ไม่แพ้ชาติใดในโลก
“Coffee Culture เมืองไทยไปไกลมาก ผมมองว่า European เขาดื่มกาแฟเป็นฟังก์ชั่น ตื่นมาก็กิน แต่เรากินกาแฟเป็นวัฒนธรรม ให้เป็นไลฟ์สไตล์ จะไปได้ไกลมาก เมื่อมีอีโมชั่นเข้ามาเกี่ยวข้อง” คือเสียงในหัวของกฤต ที่เชื่ออย่างสุดใจ
ก่อนจะเสริมแง่มุมธุรกิจที่ปรับใช้ได้กับทุกองค์กร
เราขายของ 1.โปรดักต์ต้องดี และโปรดักต์ต้องคงที่ 2.เซอร์วิส ต้องดีและเซอร์วิสต้องคงที่
“ผมถามพี่ฟานว่า กาแฟจะอร่อย อะไรสำคัญที่สุด? พี่ฟานบอกว่า คน มีเงินสามารถซื้อของที่ดีที่สุดได้ แต่สุดท้ายถ้า คน ทำผิดพลาด ก็พังหมดเลย”
“ต้องขอบคุณทีมงานกว่า 130 คนที่ทุ่มเท มีความรักในแบรนด์ รักในกาแฟ ช่วยทำให้ดีที่สุดเท่าที่เขาทำได้ เราต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา เราต้องมองลูกค้า ให้เป็นเพื่อนบ้าน กิน 100 แก้ว เราก็อยากให้อร่อยทั้ง 100 แก้ว แต่บางทีด้วยอะไรที่ไม่ได้ตั้งใจ ก็มีผิดพลาด อะไรที่ลูกค้าอยากให้แก้ปัญหา ปรับปรุง ก็สามารถแจ้งเรามาได้เลย” คำตอบของกฤตธี เผยให้เห็นมายด์เซตในการรันธุรกิจ ที่พร้อมรับฟีดแบ๊กเพื่อพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
แม้วันนี้ยอดขายทะลุ 110 ล้าน ภูมิใจในตัวทีมงาน แต่บอกตรงๆ ว่าไม่ได้สนเป้าหมาย 100 ล้าน เท่ากับการเป็นห่วงพนักงาน
“เราต้องดูแลคนข้างหลังเราให้ดี จาก 130 คน เป็น 200 คน ทำอย่างไรให้เขาเก่งขึ้น มีความสุขมากขึ้น เติบโตไปพร้อมกับเราได้
ผมบอกกับทีมงานเสมอว่า ไม่สำคัญว่าวันแรกจะขายได้เท่าไหร่ แต่ถ้าวันแรกขายได้ 100 แก้ว แต่วันที่สองลูกค้าเก่ากลับมา 70 แก้ว ถือว่าสำเร็จ
ลูกค้าใหม่สำคัญนะ แต่ลูกค้าเก่าก็สำคัญมากเช่นกัน”
กฤตธีเผยเคล็ดลับความสำเร็จ ที่ถือเป็นหัวใจของการทำธุรกิจให้ยืนระยะ และเป็นธรรมกับสังคม
ด้วยจุดยืนนี้ จึงไม่แปลกใจที่ BEANS Coffee Roaster จะเดินทางมาถึง 21 สาขาในวันนี้
สำหรับ นุ้บ ชนัญดา มองว่าเป็นการค่อยๆ โต ค่อยเพิ่มๆ พอเรามีความมั่นใจมากขึ้น ก็ก้าวเข้าสู่ห้างสรรพสินค้า แต่กว่าจะถึงจุดนั้น ต้องทำให้เมกชัวร์แล้วว่าสินค้าของเราที่ส่งไปหาลูกค้า ดี มีคุณภาพ
สำหรับผู้ประกอบการ บทเรียนจากกาแฟที่ต้องเทกโน้ต คือนอกจากวัตถุดิบคุณภาพ ข้อท้าทายคือความคุณภาพของคน
“ความยากเป็นเรื่อง คน ตอนที่เราเทสต์โปรดักส์กัน เราให้บาริสต้า 2 คน แค่สตรีมนมยี่ห้อเดียวกัน ทำให้ร้อน รสชาติก็ต่างกัน มาตรฐานก็อยู่ที่คน เราพยายามเน้นย้ำเรื่อง QC เทรนนิ่ง อยู่เสมอ”
พร้อมบริการทุกระดับ เคลมอย่างประทับใจ หากวันหนึ่งเกิดรู้สึกรสชาติไม่เหมือนเดิม แจ้งบาริสต้าได้ทันที
แน่นอนว่า เป้าหมายปี 2569 ชัดแล้วในใจ คือแพลนขยายร้านอีก 10 สาขา!
เพื่อให้ร้านกาแฟที่เรารัก คุณภาพที่ตั้งใจ ออกไปสู่ลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น เราจึงเปิดตัว แคมเปญ One Blend One Change
“เพราะ Beans มีเมล็ดกาแฟหลากหลาย จึงอยากชวนลูกค้ามาสนุกด้วยกัน ให้เข้ามาสร้าง เบลนด์กาแฟของตัวเอง เล่าเรื่องตัวตนผ่านรสชาติที่เลือกเอง ซึ่งทาง Beans จะนำเบลนด์นั้นไปวางขายทุกสาขา และนำรายได้ไปบริจาคให้กับองค์กรที่ลูกค้าเลือก”
“ไม่เพียงแค่นั้น Beans ร่วมกับ Wasinburee เพื่อให้ BEANS Songwat ได้เป็นพื้นที่ Creative hub & Free space สำหรับศิลปินทั้งเล็กใหญ่ หรือนักเรียน นักศึกษา” CEO สาวเล่าด้วยรอยยิ้ม
สำหรับกฤตธี มีความหวังอย่างเต็มเปี่ยมในวงการกาแฟ อยากให้เพื่อนๆ เติบโตขึ้นไปด้วยกัน นำสิ่งที่ดีๆ มาแชร์ มาซัพพอร์ตกัน
“ไปแข่งกับต่างชาติดีกว่า ทำธุรกิจก็ต้อง Learning by Doing อยากให้ทุกคนลุยให้เต็มที่ พยายามเช็กหลังบ้านให้ดี เพื่อให้เราผลิบานออกผลไปข้างหน้า อย่างที่มติชนเป็นในระยะยาว”
ด้าน ชนัญดา จากประสบการณ์ที่บ่มเพราะ ทำให้ชัดเจนกับตัวเอง การแข่งขันมีอยู่แล้ว แน่นอนว่าแข่งกันด้วยราคา แต่สิ่งที่สำคัญที่จะขอโฟกัสต่อไป คือทำให้เราเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมๆ กันทั้งลูกค้า และพี่ๆ เกษตรกร กลุ่มบาริสต้า กลุ่มหลังบ้านที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ได้
“มติชนเป็นสื่อที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ เป็นสื่อที่หลายคนเสพอยู่แล้ว ถ้าต้องเสิร์ฟกาแฟ 1 แก้ว คงจะเป็น C-3 อินโดนีเซีย”
“ให้รสชาติที่เข้าถึงได้ง่าย มีคาแร็กเตอร์ที่ค่อนข้างชัด และตรงไปตรงมา”

