พิพัฒน์ สั่งเลิกสัญญา 2 โครงการอิตาเลียนไทย เซ่นอุบัติเหตุซ้ำ- ยอมรับหนักใจ ไม่หวั่นถูกฟ้องกลับ
เมื่อวันที่ 16 มกราคม ที่กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย ภายหลัง เป็นประธานการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแนวทางและขั้นตอนการยกเลิกสัญญาก่อสร้างกับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ทั้ง 2 โครงการตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ที่ประชุมมีมติให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปดูเรื่องการยุติสัญญากับ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ทั้งสัญญาการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง สัญญาที่ 3-4 ช่วงลำตะคอง – สีคิ้ว และช่วงกุดจิก-โคกกรวด และสัญญาโครงการก่อสร้างทางยกระดับ สายเอกชัย-บ้านแพ้ว หรือมอเตอร์เวย์ M82 ตอน 7 ว่าสามารถทำได้หรือไม่ รวมถึงดูเรื่องกฎหมายสากล และสัญญาทางปกครองด้วย โดยต้องได้ข้อสรุปให้ได้ภายใน 7 วัน
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ กรณีอุบัติเหตุที่สีคิ้ว การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นรายละ 340,000 บาท และบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีเสียชีวิต รายละ 1 ล้านบาท โดยจะมีการมอบในเชิงพิธีการผ่านนายกรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า ส่วนกรณีอุบัติเหตุบนถนนพระราม 2 อยู่ระหว่างการพิจารณามาตรการเยียวยาเช่นกัน
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในส่วนของการยกเลิกสัญญาก่อสร้างทั้ง 2 โครงการ ยอมรับว่า รู้สึกหนักใจ แต่จำเป็นจะต้องยกเลิกสัญญาเนื่องจากต้องดูเรื่องความปลอดภัยสาธารณะเป็นหลัก และทั้งสองโครงการเป็นโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและเกิดเหตุติดๆกัน โดยเบื้องต้นกระทรวงคมนาคมได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และกรมบัญชีกลางแล้ว และได้รับคำแนะนำว่าสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายปกครองในการยกเลิกสัญญาได้ แม้อาจต้องเผชิญการฟ้องร้องจากบริษัทเอกชน
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยืนยันว่า ทางกระทรวงจะทำการยกเลิก 2 สัญญา แม้ว่าความคืบหน้าของโครงการรถไฟไทย-จีนจะอยู่ที่ 99% แล้ว ซึ่งตนคิดว่าถูกเอกชนฟ้องร้องแน่นอน หากทางเอกชนจะฟ้อง เราก็ต้องรับ และ หากมีการฟ้องร้องก็ให้ฟ้องร้องได้แม้คดียังไม่สิ้นสุด เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้ตามแผน ซึ่งตัวแทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้คำแนะว่า ให้พิจารณาข้อกฎหมายทางปกครองและความปลอดภัยสาธารณะซึ่งใช้ในต่างประเทศนำมาประกอบ
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ส่งหนังสือไปยัง บริษัท อิตาเลียนไทยฯ ยุติการก่อสร้างทุกโครงการของบริษัทอิตาเลียนไทยฯ ที่อยู่ในสังกัดกระทรวงคมนาคมไว้ก่อน เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญจากสภาวิศวกรและวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เข้าตรวจสอบเครื่องจักร อุปกรณ์ และมาตรฐานความปลอดภัยอย่างละเอียด ภายใน 7-15 วัน หากพบว่าโครงการใดไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และผ่านการตรวจสอบแล้ว จึงจะอนุญาตให้กลับมาดำเนินการได้
ด้าน นายจิระพงษ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เปิดเผยว่า ตนได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมประสานผู้รับจ้าง หยุดการก่อสร้างโครงการของบริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 14 สัญญา เป็นเวลา 15 วัน เพื่อให้ทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยอย่างละเอียด และให้รายงานผลการตรวจสอบต่อกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องต่อไป
พร้อมกันนี้ ตนได้สั่งการให้โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของทุกบริษัทในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม หยุดการก่อสร้างชั่วคราวไม่เกิน 15 วัน เพื่อเข้าตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยเช่นเดียวกัน

