อธิบดีทล. สั่งหยุดก่อสร้างโครงการใช้เครนลอนเชอร์ เช็กความปลอดภัย เดินหน้าเลิกสัญญาเหตุพระราม2
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 16 ม.ค. ที่บริเวณถนนพระราม 2 ทางข้ามสะพานแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) บอกถึงขั้นตอนการเคลียร์พื้นผิวการจราจร บริเวณจุดเกิดเหตุเครนถล่มถนนพระราม 2 ว่า ขณะนี้ทีมวิศวกรและทีมเทคนิค ของกรมทางหลวง และบริษัทผู้รับจ้าง และวิศวกรรมสถานฯ ได้เข้ามาดูและวางแผนในการรื้อย้ายโครงสร้าง โครงเหล็กที่พังออกมา โดยพยายามระมัดระวัง ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อน และทำให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด
ซึ่งตอนนี้ได้อุปกรณ์เครนขนาด 500 ตัน 2 ตัว และเครนขนาด 200 ตัน อีกหลายตัว มาประจำการในพื้นที่แล้ว และได้เริ่มขั้นตอนดำเนินการยึดรั้งโครงสร้างที่อยู่ด้านบนซึ่งอาจจะมีโอกาสร่วงหล่นลงมาได้ ดังนั้นจึงได้ทำการยึดรั้งไว้แล้ว รวมถึงการยึดรั้งโครงเหล็กที่อยู่บริเวณด้านบนด้วย ซึ่งวันนี้เจ้าหน้าที่มีแผนในการตัดชิ้นส่วนบางส่วนและทยอยนำออกจากพื้นที่ โดยจะต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังมากที่สุด
นายปิยพงษ์ยังเผยถึงความยากของการปฏิบัติงาน เนื่องจากโครงเหล็กและชิ้นส่วนคานหล่อสำเร็จพังลงมา แต่ไม่ได้พังลงมาอย่างสมบูรณ์ เพราะยังมีโครงสร้างที่ติดค้างอยู่ ดังนั้นถ้าไม่วางแผนให้ดี แล้วเข้าไปดึงและหยิบชิ้นส่วนเลยอาจจะเกิดการดีดและล้มของโครงทรัชได้ เพราะบริเวณใกล้ๆ ยังมีพื้นที่การจราจรและมีสายไฟฟ้าอยู่สองข้างทาง จึงต้องให้ความระมัดระวัง รวมถึงระมัดระวังความปลอดภัยของทีมงานด้วย
นายปิยพงษ์ยังบอกอีกว่า เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเคลียร์ซากโครงสร้าง โครงเหล็กตั้งแต่ช่วงกลางวัน ซึ่งจะพยายามจะยึดรั้งโครงสร้างคอนกรีตด้านบนและโครงเหล็ก เพราะอย่างแรกก่อนจะตัดต้องยึดรั้งให้มั่นใจก่อนว่า หากมีการตัดแล้วจะไม่เกิดการดีดตัว โดยจะใช้เครื่องมือหนักในการดำเนินการ และมีกรอบระยะเวลาเคลียร์พื้นที่ตามแผนให้แล้วเสร็จไม่เกิน 14 วัน
ในส่วนของการจะมีการตรวจสอบจุดอื่นๆ เพิ่มเติมหรือไม่นั้น นายปิยพงษ์ ระบุว่า โครงการตอนที่ 7 ของสัญญาได้สั่งให้หยุดงานทั้งหมดแล้ว ส่วนโครงการอื่นที่มีรูปแบบการก่อสร้างโดยใช้ลอนเชอร์ในการติดตั้งการยกระดับ ก็ได้สั่งให้หยุดทั้งหมด เพื่อมาตรวจสอบดูว่า การติดตั้งอุปกรณ์มีระดับความปลอดภัยเพียงพอหรือยัง เพราะมีหลายสัญญาที่ใช้ลักษณะแบบนี้ ดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญเรื่องของความปลอดภัย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งชัดเจนเรื่องความปลอดภัยสาธารณะ เพื่อให้เกิดความมั่นใจต่อประชาชน โดยกรมทางหลวง อยู่ระหว่างการตรวจสอบการใช้คำสั่งทางปกครอง เพื่อนำไปสู่การบอกเลิกสัญญา และได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อมาหาสาเหตุแล้ว โดยมีกรอบระยะเวลาประมาณ 7 วัน ซึ่งกระทรวงคมนาคมก็มีการตั้งคณะกรรมการของกระทรวงด้วย เท่ากับว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมี 2 ชุด คือของกรมทางหลวง และกระทรวงคมนาคม

