“กรมชลฯ”ศึกษาพัฒนาแหล่งน้ำเพิ่มรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา

9.05.17 | 15:44 น.

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า เตรียมเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำของอ่างเก็บน้ำสะเดา ต.สำนักแต้ว อ.สะเดา จ.สงขลา ด้วยการก่อสร้างฝายพับได้ที่อาคารระบายน้ำล้นเดิม ความสูง 1 เมตร ความยาว 15 เมตรเพื่อเพิ่มความจุของอ่างเก็บน้ำได้อีก 4.57 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) จากความจุในปัจจุบัน 60.09 ล้าน ลบ.ม. เป็น 64.66 ล้าน ลบ.ม. พร้อมทั้งก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำความยาว 15 กิโลเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2561 เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่ขยายตัวมากขึ้นจากการที่รัฐบาลได้ประกาศให้พื้นที่ ต.สะเดา ต.สํานักขาม ต.สํานักแต้ว และต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา เป็นพื้นที่ “เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา” ซึ่งมีระบบโลจิสติกส์และบริการ ตลอดจนอุตสาหกรรมต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย อาทิ อุตสาหกรรมอาหารฮาลาล อุตสาหกรรมอาหารทะเล อุตสาหกรรมยางพาราและผลิตภัณฑ์ครบวงจร รวมไปถึงคลังสินค้า ซึ่งจากข้อมูลทางการค้าพบว่า มูลค่าทางการค้าด่านสะเดาและด่านปาดังเบซาร์มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอยู่ในอันดับต้นๆ ของประเทศ


นายสมเกียรติ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาความเป็นไปได้เพื่อหาแหล่งเก็บน้ำแห่งใหม่ที่มีความเหมาะสม เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างความมั่นคงให้กับน้ำภาคการผลิตให้มากขึ้น ซึ่งเบื้องต้นพบว่า ในพื้นที่อำเภอสะเดา มีพื้นที่เหมาะสมที่สามารถสร้างเป็นแหล่งกักเก็บน้ำได้ 2 แห่ง คือ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองหล้าปัง ต.สำนักขาม อ.สะเดา ความจุ 35.50 ล้าน ลบ.ม. และโครงการอ่างเก็บน้ำคลองลำ ต.สำนักขาม อ.สะเดา ความจุ 20.52 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะต้องมีการศึกษาความเหมาะสมและผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่มีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความชัดเจนและเป็นไปตามความต้องการของพื้นที่ และหากสามารถดำเนินการได้ก็จะทำให้มีน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้นรวม ประมาณ 56 ล้าน ลบ.ม. และเมื่อรวมกับปริมาณน้ำต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มความจุของอ่างเก็บน้ำสะเดา จะมีน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้นอีกกว่า 60 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะเพียงพอสำหรับการใช้น้ำในทุกๆ ภาคส่วน ทั้งภาคการอุปโภคบริโภค การเกษตร รวมถึงการใช้น้ำของพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสงขลา