โรงแรมหาดใหญ่ ส่อวิกฤต ยอดเข้าพักวูบเหลือแค่10% จี้ รบ.เร่งช่วย-ห่วงตกงานอื้อ เอกชนกังวลปม ‘เครนถล่ม’ กระทบเชื่อมั่นอสังหาฯไทย
เมื่อวันที่ 18 มกราคม นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ สงขลา เปิดเผยว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในหาดใหญ่ตอนนี้ ยังไม่ฟื้นตัวเท่าที่ควร หลังเกิดวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวม อัตราการเข้าพักโรงแรมลดฮวบหนักที่สุด แม้ผ่านช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ปลายปี 2568 ข้ามมาต้นปี 2569 แล้ว แต่หลายกิจการยังนิ่งสนิท ไม่สามารถกลับมาเริ่มต้นธุรกิจใหม่ได้เพราะขาดปัจจัยสนับสนุน
“รัฐบาลยังไม่ตอบรับตามที่เอกชนเสนอไป ต้องยอมรับว่าทำให้การฟื้นฟูเมืองหลังน้ำท่วมเป็นไปอย่างล่าช้า โรงแรมที่กลับมาเปิดหลายแห่งมีอัตราการเข้าพักช่วงสุดสัปดาห์เฉลี่ย 10-20% ลดลงไปหลายเท่า สะท้อนสภาพการท่องเที่ยวยังทรุด ขืนปล่อยสภาพนี้ หาดใหญ่คงจะไม่ฟื้น ต้องมีหลายกิจการจากไปและมีหลายคนต้องตกงาน กระทบเศรษฐกิจไทยในภาพรวม อยากให้รัฐบาลส่งเครื่องมือใหญ่เข้ามาช่วยกู้สถานการณ์ทั้งของอำเภอ ชาวบ้าน และผู้ประกอบการให้มากขึ้น หากปล่อยให้ฟื้นตัวตามธรรมชาติแบบนี้ คงใช้เวลาไม่ต่ำกว่ากลางปีนี้แน่นอน” นายสิทธิพงษ์ กล่าวและว่า
คณะกรรมการฯ ได้เสนอความเห็นต้องหาทางพยุงธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวในพื้นที่ ต่อด้วยการลงเงินทุนทำมาตรการแบบทำกันเอง ขณะนี้เตรียมหารือแพลตฟอร์มจองออนไลน์ (โอทีเอ) และอินฟลูเอนเซอร์ชาวมาเลเซียเพื่อร่วมฟื้นการท่องเที่ยวเมืองหาดใหญ่ให้กลับมาเร็วขึ้น ผู้ประกอบการหวังว่ารัฐบาลจะกลับมาให้ความสำคัญกับการฟื้นเมืองหาดใหญ่บ้าง รู้สึกถึงความสองมาตรฐานของรัฐบาลที่ไม่เอ่ยถึงหาดใหญ่เลย เหมือนรัฐบาลลืมไปแล้วว่าหาดใหญ่ยังรอการช่วยเหลืออยู่
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (ECONTHAI) เปิดเผยว่า เกิดเหตุเครนหล่น และถนนยุบในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นอุบัติเหตุที่รุนแรงจากผู้ประกอบการรายเดียว คือ อิตาเลียนไทย ส่งผลกระทบต่อลูกจ้างแรงงานที่ทำงานอยู่หน้างาน หากการตรวจสอบลุกลามไปถึงทุกโครงการที่อิตาเลียนไทยรับทำงานอยู่ จากข้อมูล 20 โครงการ หากยกเลิกโครงการที่กำลังรับงานเพิ่มเติม จะส่งผลกระทบต่อแรงงานที่เอาท์ซอร์ส หรือบริษัทภายนอกใช้อยู่ ซึ่งหนึ่งโครงการใช้แรงงานภาคก่อสร้างเป็นหลัก 1,000-3,000 คน หากถูกยกเลิกสัญญาว่าจ้างก่อนกำหนด ควรพิจารณาให้การชดเชยตามกฎหมายด้วย
“ตามหลักการหากนายจ้างเป็นฝ่ายยกเลิกจ้างงาน ฝ่ายนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายกำหนด แต่กรณีนี้ไม่ได้เกิดจากนายจ้าง เพราะรัฐบาลเป็นฝั่งยกเลิกสัญญาเนื่องจากมีอุบัติเหตุใหญ่เกิดขึ้นซ้ำซ้อนกัน ซึ่งยังไม่รู้ว่าเกิดจากประมาทเลินเล่อ หรือสาเหตุอะไร จึงเกิดคำถามว่าการชดเชยจะต้องมาจากฝ่ายใด เอาท์ซอร์สที่ถูกว่าจ้างมาดูแลควบคุมแต่ละงานจะได้รับผลกระทบมากน้อยเท่าใด การชดเชยต้องดูแลทั้งฝ่ายลูกจ้าง และเอาท์ซอร์ส ตอนนี้เริ่มเห็นสื่อต่างชาติตั้งคำถามถึงความปลอดภัยด้านโครงสร้างพื้นฐานของไทยแล้ว อีกทั้งมีบริษัทก่อสร้างของไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศด้วย เมื่อเกิดกรณีแบบนี้ ต่อไปชาวต่างชาติจะไม่เชื่อมั่นในมาตรฐานของไทย จะยิ่งเสียโอกาสในรายได้เข้าประเทศมากขึ้น”
นายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีคอน จำกัด กล่าววว่า เหตุการณ์อุบัติเหตุจากงานก่อสร้างขนาดใหญ่เกิดขึ้นบ่อยขึ้น มองว่า มาตรการความปลอดภัยของการก่อสร้างไม่เข้มงวดพอ อาจมีการคอรัปชั่นในทุกหน่วยงาน ทำให้ผู้รับเหมางานต้องลดต้นทุน เพื่อความอยู่รอด ทำให้มีการลดสเป็กในการออกแบบตามมาตรฐานที่กำหนดตามกฏหมาย ลดการจัดการด้านความปลอดภัยทั้งหลายลงเพื่อลดต้นทุน ทำให้มีความเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ น่าจะถึงเวลาที่งานก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐต้องเปลี่ยนวิธีการทำงาน ตั้งแต่ต้นน้ำขบวนการออกแบบ และตรวจสอบ-อนุมัติ จนถึงขบวนการสรรหาผู้รับเหมา การจัดจ้างบริษัท ที่ปรึกษาและบริษัทควบคุมงานก่อสร้าง รวมถึงกรรมการตรวจการจ้างของภาครัฐเองที่แต่งตั้งเข้ามา ต้องเปลี่ยนวิธีทั้งขบวนการ อาจใช้องค์กรกลาง เช่น สมาคมสถาปนิก สมาคมวิศวกรที่ปรึกษา วิศวกรรมสถาน สภาสถาปนิก สภาวิศวกร ส่งตัวแทนจากภาคเอกชนเข้ามาร่วมเป็นกรรมการตั้งแต่ต้นทางจนส่งมอบอาคาร

