พิพัฒน์ นัดแถลง 23 ม.ค. นี้ ข้อเท็จจริง 2 อุบัติเหตุใหญ่ เสนอเพิ่มเงื่อนไข TOR งานก่อสร้าง
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 20 มกราคม ที่กระทรวงคมนาคม นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านทางหลวง ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการประชุมการตรวจสอบเหตุเครนก่อสร้างพังถล่มทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 บริเวณช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น–สีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา รวมถึงอุบัติเหตุโครงสร้างเหล็ก (Launching Gantry : LG) ในโครงการทางยกระดับ สายเอกชัย–บ้านแพ้ว หรือมอเตอร์เวย์ M82 ตอน 7 ว่า ขณะนี้คณะกรรมการอยู่ระหว่างรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงวิศวกรรมจากการลงพื้นที่ของผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย
นายจิระพงศ์กล่าวว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และกรมทางหลวง ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลจากสถานที่เกิดเหตุจริง ทั้งจากภาพถ่าย เอกสาร และการตรวจสภาพจริง เพื่อนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุและข้อเท็จจริงของทั้ง 2 เหตุการณ์ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และจากการลงพื้นที่เบื้องต้นพบว่ามีประเด็นทางวิศวกรรมที่ต้องพิจารณา 2-3 ประเด็นในแต่ละจุดเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถสรุปหรือฟันธงสาเหตุได้ เนื่องจากต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้พิจารณาข้อเท็จจริงบนพื้นฐานหลักฐานเชิงประจักษ์

นายจิระพงศ์กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้คณะกรรมการต้องรายงานข้อสรุปเบื้องต้นภายใน 7 วัน เพื่อชี้แจงต่อสาธารณะว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจากสาเหตุใดในเชิงวิศวกรรม ทั้งนี้ในวันที่ 22 มกราคม 2569 คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ จะประชุมสรุปสาเหตุทางด้านวิศวกรรมในเบื้องต้น และจะรายงานให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รับทราบ และ นายพิพัฒน์จะเป็นผู้แถลงรายละเอียดข้อเท็จจริงด้วยตนเองในวันที่ 23 มกราคม 2569 ที่กระทรวงคมนาคม เวลา 09.00 น.
“ข้อมูลที่ได้ในวันนี้ถือว่ามีความคืบหน้าอย่างมาก เกือบครบถ้วนในหลายประเด็น แต่ในช่วง 7 วันนี้ จะเป็นการอธิบายสาเหตุเชิงวิศวกรรมก่อน ยังไม่ใช่การลงลึกว่าใครทำอะไร หรือความรับผิดของบุคคลใด เพราะคณะกรรมการยังไม่ได้เข้าสู่ขั้นตอนการสอบปากคำ” นายจิระพงศ์กล่าว
นายจิระพงศ์กล่าวว่า หลังจากครบกำหนด 7 วัน ในการหาสาเหตุเชิงวิศวกรรม คณะกรรมการจะเดินหน้าการตรวจสอบเชิงลึกในรายละเอียดต่อไป ซึ่งจะมีการกำหนดกรอบเวลาประมาณ 45 วัน เพื่อหาความเชื่อมโยง ความรับผิด และแนวทางดำเนินการต่อไปในเชิงกฎหมายหรือสัญญา โดยระหว่างนั้นจะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าทุก 2 สัปดาห์ รวมถึงการเชิญผู้เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการเอกชนเข้ามาชี้แจง เมื่อมีเอกสารและพยานหลักฐานพร้อม
นายจิระพงศ์กล่าวว่า สำหรับข้อสงสัยเรื่องคุณภาพของเครนหรือโครงสร้างเหล็ก ผู้เชี่ยวชาญได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและทดสอบความสามารถในการรับน้ำหนักแล้ว เบื้องต้นยังไม่พบประเด็นว่าโครงสร้างไม่สามารถรับน้ำหนักได้ แต่ยังต้องรอเอกสารและผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการก่อนจะสื่อสารต่อสาธารณะ ย้ำว่า การสื่อสารของคณะกรรมการต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานรองรับ เนื่องจากการให้ข้อมูลต่อสาธารณะถือเป็นการ ‘ประทับตรา’ ข้อเท็จจริง หากยังไม่ชัดเจนจะไม่ควรนำออกมาเผยแพร่
นายจิระพงศ์กล่าวว่า สำหรับมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ที่ประชุมได้มีการหารือแนวทางเบื้องต้น เช่น การพิจารณาปิดพื้นที่ก่อสร้างบางช่วงเพื่อความปลอดภัย และเพิ่มเงื่อนไขในขอบเขตงาน (TOR) การประมูลโครงการหลังจากนี้ว่า หากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงในระหว่างการก่อสร้างจนมีผู้เสียชีวิต เจ้าของสัญญาสามารถบอกเลิกสัญญาได้ เป็นต้น โดยข้อเสนอเหล่านี้จะถูกรวบรวมเพื่อนำเสนอเป็นแนวทางป้องกันในระยะต่อไป

