หน้าแรก เศรษฐกิจ ณพลเดช ข้องใจ...

ณพลเดช ข้องใจ ค่าจอดรถ ก.พลังงาน แพง แนะพัฒนาพื้นที่ใต้ดิน เป็นคอมมูนิตี้ มอลล์ ลดแออัด

22.01.26 | 18:00 น.

ณพลเดช ข้องใจ ค่าจอดรถ ก.พลังงาน แพง แนะพัฒนาพื้นที่ใต้ดิน เป็นคอมมูนิตี้ มอลล์ เพิ่มมูลค่าทรัพย์สินรัฐ 

เมื่อวันที่ 22 มกราคม นายณพลเดช มณีลังกา อดีตเลขานุการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีการเรียกเก็บค่าจอดรถในพื้นที่กระทรวงพลังงานและสำนักงานใหญ่องค์กรขนาดใหญ่ของรัฐในอัตราสูงถึงชั่วโมงละ 100 บาทนั้น ไม่เพียงเป็นภาระต่อประชาชน แต่ยังอาจเข้าข่ายปัญหาทางกฎหมายหลายประการ โดยเฉพาะเมื่อพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งให้เช่าเพื่อใช้ประโยชน์ในกิจการเฉพาะ มิใช่เพื่อแสวงหากำไรจากประชาชนทั่วไปในลักษณะเชิงพาณิชย์เกินสมควร ในทางกฎหมาย การกำหนดอัตราค่าจอดรถที่สูงเกินต้นทุนและไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการใช้ที่ดินของรัฐ อาจเข้าข่ายการค้ากำไรเกินควร ตามหลักกฎหมายว่าด้วยการควบคุมราคาสินค้าและบริการ หากพิสูจน์ได้ว่ามีการใช้สถานะพื้นที่รัฐหรืออำนาจผูกขาดเรียกเก็บค่าบริการโดยไม่เป็นธรรม นอกจากนี้ การนำเงื่อนไขให้ประชาชนต้องซื้อสินค้าเพื่อแลกส่วนลดค่าจอดรถ ยังอาจเข้าข่ายการบังคับขายหรือเอาเปรียบผู้บริโภค อันขัดต่อหลักคุ้มครองผู้บริโภค

นายณพลเดช กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตถึงการใช้พื้นที่จอดรถสาธารณะบริเวณสวนรถไฟ ซึ่งเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย หากพนักงานหรือผู้ใช้งานขององค์กรใกล้เคียงนำรถมาจอดเป็นประจำทั้งรายวันและรายเดือน โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง อาจเข้าข่ายการใช้ทรัพย์สินของรัฐโดยมิชอบ และเป็นการกีดกันการใช้ประโยชน์ของประชาชนทั่วไป ซึ่งอาจถือเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชนและขัดต่อหลักการบริหารทรัพย์สินสาธารณะ การจอดรถลักษณะดังกล่าวยังสร้างความเดือดร้อนในเชิงสังคม ทั้งการลดพื้นที่ออกกำลังกาย การเพิ่มความแออัด การจราจรติดขัด และความไม่ปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งในหลายประเทศถือเป็นความผิดทางปกครอง และมีการบังคับใช้มาตรการปรับ ย้ายรถ หรือเพิกถอนสิทธิการใช้พื้นที่อย่างจริงจัง

ทั้งนี้เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบสัญญาเช่าที่ดิน การกำหนดอัตราค่าบริการ และการใช้พื้นที่โดยเร่งด่วน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายและเจตนารมณ์ของทรัพย์สินของรัฐ พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าพื้นที่ราชการและพื้นที่สาธารณะต้องมีไว้เพื่อบริการประชาชนเป็นลำดับแรก มิใช่เพื่อสร้างรายได้บนความเดือดร้อนของสังคมโดยรวม

นายณพลเดช กล่าวว่า ขอเสนอแนวคิดเชิงพัฒนาเพิ่มเติม พื้นที่สวนรถไฟซึ่งเป็นทรัพย์สินของรัฐและเป็นพื้นที่สาธารณะสำคัญ ควรถูกยกระดับการใช้ประโยชน์อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่ใต้ดินให้เป็นลานจอดรถและศูนย์กิจกรรมในลักษณะ community mall ตามแนวทางของประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น นครเซี่ยงไฮ้ สหรัฐอเมริกา หรือมหานครสำคัญในยุโรป ที่สามารถผสานพื้นที่สีเขียวด้านบนกับโครงสร้างพื้นฐานด้านล่างได้อย่างลงตัว ลดการใช้พื้นที่ผิวดิน เพิ่มความเป็นระเบียบ และสร้างรายได้ให้รัฐโดยไม่กระทบสิทธิของประชาชน

Advertisement

แนวคิดดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาการจอดรถซ้ำซ้อนของพนักงานและผู้มาติดต่อหน่วยงานใกล้เคียง ลดการบุกรุกพื้นที่สวนสาธารณะ และยังเปิดโอกาสให้เกิดพื้นที่เศรษฐกิจชุมชน ร้านค้า บริการ และกิจกรรมสาธารณะที่เป็นมิตรกับประชาชน โดยรายได้จากการบริหารจัดการสามารถนำกลับมาดูแลสวนรถไฟให้มีคุณภาพ ปลอดภัย และคงบทบาทเป็นพื้นที่ออกกำลังกายและพักผ่อนของประชาชนอย่างแท้จริง

นายณพลเดช กล่าวว่า หากรัฐยังคงมองพื้นที่สาธารณะเพียงมิติการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยไม่กล้าลงทุนเชิงโครงสร้างหรือคิดเชิงบูรณาการ ย่อมทำให้ปัญหาการจอดรถ ความแออัด และความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะดำรงอยู่ต่อไป การพัฒนาพื้นที่ใต้ดินควบคู่กับการกำหนดกติกาการใช้พื้นที่อย่างเป็นธรรม จึงเป็นทางเลือกที่ควรถูกนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง หากต้องการให้ทรัพย์สินของรัฐสร้างคุณค่าสูงสุดแก่สังคมในระยะยาว