หน้าแรก เศรษฐกิจ ส่งออกปี 68 ฉ...

ส่งออกปี 68 ฉลุย 11 ล้านล้านบ. ทุบสถิติสูงสุด สนค.รับทรัมป์ฮุบกรีนแลนด์ กระทบไทย

23.01.26 | 15:07 น.

ส่งออกปี 68 ฉลุย 11 ล้านล้านบ. สถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เติบโต 12.9% สูงสุดรอบ 4 ปี สนค.รับทรัมป์ฮุบกรีนแลนด์กระทบไทย

เมื่อวันที่ 23 มกราคม ที่กระทรวงพาณิชย์ นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ทั้งปี 2568 การส่งออก มีมูลค่า 339,635 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 12.9% หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 14% ส่วนการนำเข้า มีมูลค่า 344,943 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 12.9% โดยขาดดุลการค้า 5,307.9 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นรูปเงินบาทปี 2568 ส่งออก 11,138,480 ล้านบาท ขยายตัว 5.5% นำเข้า 11,448,766 ล้านบาท ขยายตัว 5.5% และขาดดุลการค้า 310,286 ล้านบาท

เฉพาะเดือนธันวาคม 2568 ส่งออก 28,928.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 16.8% หากหักส่งออกสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัว 16.6 % ส่วนการนำเข้า 29,280.4 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 18.8% และขาด ดุลการค้า 352 ล้านเหรียญสหรัฐ ในรูปเงินบาทธันวาคม ส่งออก 931,299 ล้านบาท ขยายตัว 9.1% นำเข้า 954,831 ล้านบาท ขยายตัว 11.1% และขาดดุลการค้า 23,532 ล้านบาท

ส่งออกปี 2568 แง่มูลค่าทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งรูปเหรียญสหรัฐและเงินบาท ขณะที่อัตราขยายตัว 12.9 % ทำสถิติสูงสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่อัตราการนำเข้าขยายตัวสูงสุดรอบ 3 ปี ปัจจัยหนุนสำคัญคือ แรงส่งเร่งนำเข้าของประเทศคู่ค้าหลังสหรัฐใช้มาตรการเพิ่มภาษีตอบโต้นำเข้า ส่งผลให้ทุกตลาดเพิ่มนำเข้าสูงกว่าปกติดันการส่งออกไทยขยายตัวสูง อีกทั้งสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เติบโตตามการอัปเกรดเทคโนโลยีสมัยใหม่สู่ยุค AI และการกระจายความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่มีต่อเนื่อง ความต้องการทองคำสูง รวมถึงมาตรการรัฐ กระทรวงพาณิชย์ และ เอกชน เร่งผลักดันส่งออก ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรอยู่ในภาวะหดตัวจากภัยพิบัติทางธรรมชาติและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดโลก” นายนันทพงษ์ กล่าว

Advertisement

@ ปี69ปัจจัยแยะคาดลบ1%

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า การส่งออกปี 2569 มีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง เริ่มไตรมาสแรกปี 2569 นี้ ยังมีความไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่จะรุนแรงขึ้น ซึ่งยังไม่แน่นอนสูง สำหรับทั้งปี 2569 สนค. คาดว่าจะขยายตัวในช่วงลบ 3.1% – บวก 1.1% และ ค่ากลาง ลบ 1.0% โดย 2 ปัจจัยหนักมากของปีนี้ คือ ค่าเงินบาทปัจจุบันอยู่ในระดับแข็งค่า ซึ่งจะกระทบต่อสินค้าที่ margin ตัวอย่าง สินค้าเกษตร ซึ่งเป็นความท้าทายในปีนี้ที่ภาครัฐต้องให้ความสาคัญในการดูแลเสถียรภาพของราคาสินค้าในประเทศและผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงต้องติดตามปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าค่าเงินสหรัฐ การปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) รวมถึงเรื่องของปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่จะมีความรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ โดยประเด็นนี้ ยังเห็นว่าประเทศไทยควรที่จะสร้างสมดุลให้เป็นกลาง เพราะจะมีผลกระทบอย่างมาก

อย่างไรก็ดี การส่งออกไทยยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของอุปสงค์ในกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีและ AI ประเด็นด้านความมั่นคงทางอาหาร และการเติบโตของตลาดเกิดใหม่ อาทิ อินเดีย ลาตินอเมริกา และเอเชียกลาง ประกอบกับการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ความตกลง FTA ฉบับใหม่ที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2569 ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์และมาตรการทางการค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขอุปสรรคอย่างทันท่วงทีและเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ส่งออกไทยในระยะยาว

“ถ้าติดลบ 3.1% เหตุจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์รุนแรง เงินบาทยังแข็งค่าต่อเนื่องหลุด 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐยาว หากบวก 1.1% ปัจจัยหนุนจากสภาพเศรษฐกิจและการค้าโลกฟื้นตัวเร็ว ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ไม่รุนแรงไปกว่านี้ ไม่มีปัจจัยอะไรซ้ำเติมอีก” นายนันทพงษ์ กล่าว

@ทรัมป์ฮุบกรีนแลนด์กระทบไทยแน่

นายนันทพงษ์ กล่าวถึงผลกระทบต่อการค้าโลกและส่งออกไทย กรณีสหรัฐฯเล็งครอบครองกรีนแลนด์ ว่า คาดจะกระทบต่อการค้าโลกในแง่การตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและอียู ต้นทุนสินค้าในสหรัฐฯ จะสูงขึ้น ซึ่งผู้นำเข้าจากสหรัฐฯจะต้องรับภาระทางภาษี โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องพึ่งพาชิ้นส่วนจากยุโรป เช่น รถยนต์ ยา และสินค้าฟุ่มเฟือย ในระยะยาวส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เข้าสู่ยุคแตกแยก (Fragmentation) ที่ชัดเจนขึ้น สถานการนี้สร้างโอกาสให้ไทยในการส่งสินค้าทดแทน เช่น ส่งออกข้าว ผลไม้แปรรูป ไก่แช่แข็ง ไปอียู แทนสหรัฐฯ หรือส่งออกอาหารทะเลกระป๋องไปสหรัฐฯ ได้มากขึ้น ส่วนความเสี่ยงจะเกิดจากคาสั่งซื้อชิ้นส่วนของไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานกับยุโรปจะลดลง จากความขัดแย้งของทั้งสองประเทศ

ทั้งนี้ กรณีกรีนแลนด์คลี่คลายลงหลังการประชุม WEF 2026 เมื่อสหรัฐฯ และ NATO บรรลุกรอบข้อตกลง โดยสหรัฐฯ ยืนยันไม่ใช้กำลังทหารและยกเลิกการขู่ขึ้นภาษีกับเดนมาร์กและยุโรป แม้อธิปไตยยังเป็นของเดนมาร์ก แต่สหรัฐฯ ได้สิทธิเข้าถึงกรีนแลนด์ด้านความมั่นคง การติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ และ การเข้าถึงแร่หายาก ซึ่งมีผลต่อไทย ระยะสั้นยังจำกัด แต่ระยะยาวกรณีดังกล่าวได้สั่นคลอนความเชื่อมั่นทางการค้าระหว่างสหรัฐฯและยุโรป อีกทั้งการค้าโลกจะมุ่งสู่ “Trade for Security” มากขึ้น ไทยควรกระจายความเสี่ยง รักษาสมดุลการทูต และพัฒนาอุตสาหกรรมต้นน้ำ–กลางน้ำ โดยเฉพาะอาหาร เทคโนโลยี และชิ้นส่วนอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มความสามารถแข่งขัน