หน้าแรก เศรษฐกิจ คพ.ลุยบี้ 405...

คพ.ลุยบี้ 405 โรงงานทั่วปท. ตรวจเข้มปล่อยมลพิษ-ลด PM2.5

26.01.26 | 15:00 น.

คพ.รุกรง.ทั่วปท. เข้มปล่อยมลพิษ-ลด PM2.5 ขณะที่ก.อุตฯตรวจวัดแล้ว 405 โรงงาน จ่อเพิ่มพื้นที่กทม.อีก 148 ปล่อง

เมื่อวันที่ 26 มกราคม นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) เปิดเผยว่า จากมาตรการที่รัฐบาลได้กำหนดและมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแล พัฒนากลไกในการป้องกัน ควบคุม และติดตามกำกับ ตรวจสอบแหล่งกำเนิดฝุ่น PM2.5 ทุกชนิดทั้งภาคเกษตรกรรม คมนาคม และอุตสาหกรรม ทุกหน่วยงานได้ดำเนินงานติดตาม กำกับอย่างเข้มงวดและจริงจัง

นายสุรินทร์ กล่าวว่าในส่วนของภาคอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการทั้งมาตรการตรวจบังคับใช้กฎหมาย การสนับสนุนและส่งเสริม การยกระดับกฎหมาย การควบคุมฝุ่นละอองเข้มงวด และมาตรการการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีโรงงานหลายประเภทที่ระบายฝุ่นละอองออกสู่บรรยากาศและเป็นแหล่งปล่อย PM2.5 ที่สำคัญ โดยมาตรการตรวจบังคับใช้กฎหมาย คพ. ได้เข้าตรวจสอบการระบายฝุ่นละอองจากปล่องโรงงานเพื่อเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เช่น การตรวจโรงงานปูนซิเมนต์ และโรงงานปูนขาวในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ตรวจโรงงานผลิตน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล พร้อมให้คำแนะนำ และทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ เพื่อลดการปล่อยมลพิษอย่างมีประสิทธิภาพ

“โดยตั้งเป้าตรวจแนะนำครอบคลุมโรงงานผลิตน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลรวม 58 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้กระทรวงอุตสาหกรรมยังมีแผนตรวจโรงงานเชิงรุก โดยในปี 2568/2569 มีการตรวจโรงงานในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และ 17 จังหวัดภาคเหนือ แล้วทั้งสิ้น 519 โรง
ขณะที่มาตรการสนับสนุนและส่งเสริม เช่น การส่งเสริมโรงไฟฟ้าใช้เชื้อเพลิงชีวมวลจากเศษวัสดุทางการเกษตร โรงงานน้ำตาลรับซื้ออ้อยสดและใช้เชื้อเพลิงจากชานอ้อยเพื่อลดการเผา เป็นต้น”นายสุรินทร์ กล่าว

Advertisement

นายสุรินทร์ กล่าวว่า มาตรการยกระดับกฎหมาย กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดทำร่างกฎหมายกำหนดให้โรงงานติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดมลพิษแบบอัตโนมัติที่ปล่องระบายมลพิษ (CEMS) เพื่อเครื่องมือในการเฝ้าระวังมลพิษและติดตามตรวจสอบการระบายมลพิษทางอากาศจากปล่องแบบ Real time ซึ่งติดตามการระบายมลพิษทางอากาศจากปล่องโรงงานได้ตลอดเวลา โดยบังคับใช้กับโรงงานที่มีการระบายมลพิษสูงทั่วประเทศ ส่วนพื้นที่กรุงเทพฯ กระทรวงอุตสาหกรรมกำหนดให้โรงงาน 11 หน่วยการผลิต ต้องติดตั้ง CEMs ปัจจุบันมีโรงงานทั่วประเทศที่ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบและเชื่อมข้อมูลแล้ว 405 โรงงาน รวม 823 ปล่อง และจะเพิ่มโรงงานในพื้นที่กรุงเทพฯ อีก 148 ปล่อง โดยพารามิเตอร์พื้นฐานที่กำหนดให้มีการตรวจวัดได้แก่ ฝุ่นละอองรวม (TSP) ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และ ไนโตรเจนออกไซด์ (NOx) เป็นต้น

“มาตรการควบคุมฝุ่นละอองเข้มงวดในพื้นที่กรุงเทพฯ กระทรวงอุตสาหกรรมได้จัดทำร่างค่ามาตรฐานปล่องระบายหม้อน้ำและหม้อต้ม ซึ่งจะบังคับใช้กับโรงงานจำพวกที่ 3 ที่มีการใช้หม้อน้ำและหม้อต้มในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยกระดับค่ามาตรฐาน TSP SO2 และ NOx ที่ระบายออกจากปล่องหม้อน้ำและหม้อต้มของโรงงานที่่เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าฝุ่นละอองจากปล่องที่มีการใช้เชื้อเพลิงแข็งและเชื้อเพลิงเหลวจะปรับลดค่ามาตรฐานจากเดิมที่กำหนดไว้ 320 และ 240 มิลลิกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มก./ลบ.ม.) เป็น 90 มก./ลบ.ม. ส่วนเชื้อเพลิงก๊าซปรับลดค่าจากเดิม 320 มก./ลบ.ม. เป็น 60 มก./ลบ.ม. เป็นต้น”นายสุรินทร์ กล่าว

“นอกจากนี้กรุงเทพฯ มีแผนจะปรับปรุงมาตรฐานค่าความทึบแสงของเขม่าควันจากปล่องให้เข้มงวดมากขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่ง คพ. ได้สนับสนุนพร้อมทั้งอบรมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการตรวจวัดค่าความทึบแสงของเขม่าควันด้วยสายตาเพื่อใช้ตรวจวัดปล่องโรงงาน เตาเผา และแหล่งกำเนิดอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ทั้ง 50 เขตเพื่อเตรียมความพร้อมให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ”นายสุรินทร์ กล่าว

อธิบดีคพ. กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการการมีส่วนร่วม ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนโรงงานที่มีการระบายมลพิษสูงอันจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชน โดยแจ้งสายด่วนกรมควบคุมมลพิษ 1650 สายด่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรม 1564 รวมทั้งช่องทางออนไลน์ของกรุงเทพมหานครผ่านแอปพลิเคชันไลน์ Traffy Fondue และสายด่วนอื่นๆ ทั้งนี้มาตรการดังกล่าวทั้งหมด มุ่งหวังในการป้องกันสุขภาพประชาชนเป็นหลัก รวมทั้งเศรษฐกิจและสังคมที่ดี ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น