พณ.ยึด 6 นโยบาย รับมือ 4 ความท้าทายกระทบศก.ไทย ชี้ ภูมิรัฐศาสตร์ เอไอ การค้ายั่งยืน จุดเปลี่ยนเกมโลก
เมื่อวันที่ 26 มกราคม นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดสัมมนาและปาฐกกาถาพิเศษ “Mission to Win for The Game Changer : ภารกิจพิชิตชัย แก้เกมไว คว้าแต้มต่อการค้าโลก” จัดโดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ที่โรงแรม แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี โดยในปาฐกกาถาพิเศษ ช่วงหนึ่ง ระบุว่า กรณีการเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างประเทศไทยกับกลุ่มประเทศ EFTA ว่า ขอชี้แจงว่าการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทยและกลุ่ม EFTA ที่มีกล่าวกันในช่วงนี้ นั้น “ไม่เคยพูดว่าดิฉัน เป็นคนเซ็น ซึ่งโดยทั่วไปเมื่อเซ็นแล้วแต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ สิ่งที่ทำ คือ ทำอย่างไรให้นโยบายความร่วมมือยังอยู่และทำให้ต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกภาคส่วน 2 ฝ่ายมั่นใจ

และ ทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกอบการ-ภาคเอกชน ให้เชื่อมั่นว่าเรายังเดินหน้า และเอาข้อตกลงนั้นมาสร้างประโยชน์สูงสุด หลังจากรัฐบาลก่อนได้บรรลุข้อตกลงไว้ ทั้งนี้ ช่วงร่วมการประชุมประจำปีสภาเศรษฐกิจโลก(World Economic Forum: WEF) ค.ศ. 2026 ณ เมืองดาววอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้พบหารือกับนางเฮเลเนอ บุดลีเกอร์ อาร์ทิเอดา ปลัดกระทรวงกิจการเศรษฐกิจสมาพันธรัฐสวิส โดยรับทราบร่วมกันว่า ทั้งสองฝ่าย กำลังดำเนินกระบวนการภายในเพื่อให้สัตยาบันความตกลงดังกล่าว

โดยในส่วนของไทยเมื่อมีการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลแล้ว กระทรวงพาณิชย์จะนำเสนอร่างความตกลงฯ เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาให้ความเห็นชอบ และตั้งเป้าให้สัตยาบันความตกลงฯในช่วงไตรมาส 4 ของ2569 ซึ่งสอดคล้องกับระยะเวลาที่ฝ่ายสวิสเซอร์แลนด์จะต้องดำเนินกระบวนการภายในเช่นกัน ทั้งผ่านสภาฯเขา และ ทำประชาพิจารณ์ 100 วัน โดยคาดว่าความตกลงฉบับนี้ฯจะมีผลใช้บังคับในปี 2570 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ นางศุภจี กล่าวอีกว่า ความท้าทายเศรษฐกิจไทยปี 2569 ประกอบด้วย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจขยายตัว บริบาทโลก สภาพภูมิรัฐศาสตร์ และ การแข่งขันที่รุนแรง ทั้งนี้ เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนสูง ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยในปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำไม่ถึง 2% และยังต่ำกว่าเพื่อนบ้านในภูมิภาค ส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยหนึ่งในเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยคือการส่งออก
ซึ่งปีที่ผ่านมาเติบโตสูงจากการเร่งส่งออกไปยังสหรัฐ อันเป็นผลจากความกังวลด้านมาตรการภาษี (Reciprocal Tariff) แต่ในปี 2569 แนวโน้มการส่งออกอาจชะลอลงและมีความเสี่ยงใกล้ระดับศูนย์หรือติดลบ1% สำหรับการลงทุน ในด้านการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศผ่านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึง 1.3 ล้านล้านบาท และเป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ถึง 9.8 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าผลักดันให้เกิดการลงทุนจริงในประเทศภายในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 4.8 แสนล้านบาท โดยต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เนื่องจากงบประมาณภาครัฐมีข้อจำกัด ซึ่งรัฐบาลพร้อมเร่งอำนวยความสะดวกด้านใบอนุญาต (fast pass)และกฎระเบียบ เพื่อเปลี่ยนคำขอส่งเสริมการลงทุนให้เป็นการลงทุนจริงอย่างเป็นรูปธรรม
นางศุภจี กล่าวว่า สำหรับเรื่องบริบทการค้าโลกได้เปลี่ยนจากโลกสองขั้วไปสู่โลกหลายขั้ว (Multipolar World) ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งและการแข่งขันรุนแรง ประเทศไทยจำเป็นต้องวางตำแหน่งของตนเองอย่างรอบคอบ โดยโลกมองว่า “เอเชียคือโอกาส” และไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่นานาชาติต้องการสร้างความร่วมมือมากขึ้น ในด้านยุทธศาสตร์ภูมิภาค ไทยต้องยึดโยงกับอาเซียนให้เข้มแข็ง ใช้ขนาดตลาดและจำนวนประชากรเป็นพลังต่อรอง พร้อมใช้จุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค
รวมทั้งบทบาทของไทยในฐานะประธานการเจรจาด้านเศรษฐกิจดิจิทัลของอาเซียน เพื่อผลักดันกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัล ASEAN Digital Economy Framework Agreement (DEFA) ซึ่งตั้งเป้ายกระดับการค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลอาเซียนจาก 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2030 (2573) อีกเรื่องที่สำคัญ คือ เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการนำเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI มาใช้พัฒนาทักษะแรงงาน และเพิ่มขีดความสามารถทางธุรกิจ ซึ่ง AI จะไม่มาแทนคน แต่ที่สำคัญคนที่ใช้ AI เป็น จะมาแทนคนที่ไม่ใช้
สำหรับนโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ จะมุ่งดำเนินการ 6 ด้านหลัก ได้แก่1.การขยายตลาดใหม่และการใช้ประโยชน์จาก FTA อย่างเต็มที่2.เร่งสรุปการเจรจา FTA และทำให้ FTA ที่มีอยู่แล้ว 14 ฉบับ มีความร่วมสมัย โดย 3 เอฟทีเอที่กำลังเจรจา และเป้าให้ได้ข้อเสรุป 2569 คือ ไทย-อียู ไทย-แคนาดา และ ไทย-เกาหลีใต้ 3.การปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ จากการค้าที่ไม่เป็นธรรม ด้วยมาตรการทางการค้า4.ร่วมแก้เกม เมื่อถูกไต่สวน5.รักษาผลประโยชน์อุตสาหกรรมไทย ใช้ local content ไทย 6.การปิดช่องว่างสินค้านำเข้าทะลักและการยกระดับมาตรฐานสินค้า และยังให้ความสำคัญกับการปราบปรามธุรกิจอำพรางและนอมินี โดยใช้ AI เชื่อมโยงข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่โปร่งใสและเป็นธรรม
นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับการค้าอย่างยั่งยืน (Sustainability) และเศรษฐกิจสีเขียว โดยสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด การพัฒนาอุตสาหกรรมสีเขียว และการสร้างความร่วมมือทางการค้าในลักษณะห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่คำนึงถึงผลประโยชน์ร่วมกัน (Mutual Benefit) โดยการทำการค้าในโลกยุคใหม่ ไม่ใช่มองแค่จุดเดียว แต่ต้องมองเป็นเครือข่ายหลายจุด และเข้าไปเป็นจิ๊กซอว์ เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างมีคุณค่า หากเราทำได้ ไทยจะไม่ใช่เพียงผู้ตาม แต่เป็นผู้ร่วมกำหนดเกมการค้าโลก ดังนั้น 3 สิ่งที่กำหนดเกมการค้าโลก คือ ภูมิรัฐศาสตร์ เอไอ แล ะSustainability

