หน้าแรก เศรษฐกิจ เท้ง นำทีมพรร...

เท้ง นำทีมพรรคประชาชน หารือส.อ.ท. ชูนโยบายปราบสินค้าเถื่อน – แก้กม.ล้าสมัย

27.01.26 | 16:28 น.

=เท้งนำปชน.หารือส.อ.ท.

ที่สำนักงานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน เปิดเผยภายหลังประชุมหารือแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทย ร่วมกับ นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) ว่า พรรคประชาชนได้ย้ำจุดยืนและสร้างความเชื่อมั่นต่อภาคเอกชน พร้อมแนวคิดและนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของไทย พร้อมยึดมั่นในหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ความโปร่งใส ความมีประสิทธิภาพ และการมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งถือเป็นแกนหลักในการกำหนดทิศทางนโยบายทุกด้าน

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ต้องอาศัยความต่อเนื่องและความมุ่งมั่นในการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ พรรคประชาชนจึงมีความพร้อมในการ “สร้างประเทศ สร้างอุตสาหกรรมใหม่” ควบคู่ไปกับการอุดรูรั่วของระบบเศรษฐกิจ คืนความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มแต้มต่อในการแข่งขัน และเสริมความเข้มแข็งให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ฐานรากสำคัญของเศรษฐกิจไทย นอกจากนี้ พรรคได้ตั้งเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยจะเร่งอุดรูรั่วของเงินทุนที่ไหลออกนอกระบบและปัญหาทุนสีเทา พรรคประชาชนมีเจตจำนงที่ชัดเจน ในการเข้าสู่อำนาจที่ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

=ปราบสินค้าเถื่อน-ถูกใน100วันแรก

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาลในช่วง 100 วันแรก ตั้งเป้าว่าจะปราบปรามสินค้าเถื่อนราคาถูกที่ทะลักเข้ามาจากต่างประเทศ พร้อมดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายมิติ อาทิ โครงการคนละครึ่ง หวยใบเสร็จ SMEs วงเงิน 15,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มยอดขายให้ผู้ประกอบการรายย่อย นอกจากนี้ ยังมีมาตรการสนับสนุนภาคการผลิตในประเทศ ผ่านโครงการ “คนละครึ่ง Made in Thailand (MiT)” สำหรับการเปลี่ยนเครื่องใช้ไฟฟ้า ฟื้นฟูเมืองน้ำท่วม วงเงิน 10,000 ล้านบาท โดยรัฐร่วมจ่ายครึ่งหนึ่งและประชาชนร่วมจ่ายอีกครึ่งหนึ่ง ควบคู่ไปกับการเร่งอนุมัติและอัดฉีดงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย รวมถึงการยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขัน นายณัฐพงษ์ กล่าว

Advertisement

“ในเรื่องของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นที่มีอยู่แล้ว อย่างทางตัวแทนสภาพัฒนาการเศรษฐกิจได้มีการพูดถึงว่า อยากจะให้ดำเนินนโยบายที่ดีอยู่แล้วให้ทำต่อ อย่ามองเป็นเรื่องของการเมืองอย่าไปยกเลิกอะไรที่ดีกับประชาชน อันนี้เราก็เห็นด้วย” นายณัฐพงษ์ กล่าว

=แก้กม.ล้าสมัยใน18เดือน

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในระยะ 1 ปีแรก พรรคประชาชนจะขับเคลื่อนนโยบายภายใต้หลักการ OPERATION 18 เพื่อปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่ล้าสมัยให้แล้วเสร็จภายใน 18 เดือน โดยใช้หลักการยกเลิกกฎระเบียบที่มีต้นทุนการบังคับใช้สูงกว่าประโยชน์สาธารณะ สำหรับระยะ 4 ปี ภายใต้ภารกิจของ “รัฐบาลประชาชน” การจัดซื้อจัดจ้างและการลงทุนภาครัฐจะต้องดำเนินไปอย่างมียุทธศาสตร์ เพื่อเปลี่ยนปัญหาของประเทศให้กลายเป็นอุตสาหกรรมใหม่ โดยแบ่งบทบาทออกเป็น 3 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ 1. ส่วนราชการ มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เซมิคอนดักเตอร์ ดิจิทัล และเทคโนโลยี AI 2. ส่วนท้องถิ่น พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิต เช่น รถเมล์ไฟฟ้า ระบบน้ำประปาดื่มได้ การบำบัดน้ำเสีย และการจัดการขยะ 3. ส่วนรัฐวิสาหกิจ ขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่ อาทิ Smart Grid และรถไฟทางคู่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ของประเทศ

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สำหรับเอสเอ็มอี จะมีมาตรการคูปอง SMEs คืนภาษีมูลค่าเพิ่มสูงสุด 50,000 บาทต่อราย คูปองเกษตรทันโลก เช่น การใช้ปุ๋ยอย่างแม่นยำ การพักดินและบำรุงดิน รวมถึงคูปอง Reskill เพื่อยกระดับทักษะแรงงานและจับคู่การจ้างงานให้สอดรับกับอุตสาหกรรมใหม่ และเพิ่มผลิตภาพแรงงานในระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีโครงการ ORANGE Mega Project ที่สร้างงาน สร้างตลาด และยกระดับบริการสาธารณะในหัวเมืองสำคัญ เช่น โครงการรถเมล์ไฟฟ้า 15 หัวเมือง โครงการน้ำประปาสะอาด วงเงิน 5,000 ล้านบาท การจัดการขยะและเศรษฐกิจหมุนเวียน รวมถึงการยกระดับท่าเรือแหลมฉบังสู่ระบบดิจิทัล และพัฒนาท่าเรือระนองเพื่อเชื่อมต่อการค้าไปยังอินเดีย วงเงิน 10,000 ล้านบาท นายณัฐพงษ์ กล่าว

=ยันไม่จับมือกล้าธรรม

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในกรณีที่พรรคกล้าธรรมได้กล่าวพาดพิงพรรคประชาชน ว่าทุกพรรคเทาเหมือนกันและพรรคประชาชนเลือก ท. ได้ ธ. ประเด็นนี้ยังไม่ได้ตอบโต้อะไรกับทางฝั่งนั้น เชื่อว่าบทพิสูจน์ที่ดีที่สุดคือเมื่อเราเข้าไปสู่อำนาจแล้ว เราจัดการอย่างไรกับผู้มีประวัติสีเทา การค้ามนุษย์ และการค้ายาเสพติด ซึ่งหากประชาชนให้ความไว้วางใจเราเป็นรัฐบาล ก็จะพิสูจน์ให้เห็น รวมถึงที่เราบอกว่า “ไม่มีสีเทาของเรา” คือมีเทาเราจัดการ ทั้งนี้ จุดยืนของการร่วมรัฐบาลเราไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม และไม่สามารถโหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทยได้ โจทย์ส่วนที่เหลือก็คือ พรรคประชาชนจำเป็นต้องได้เสียงที่เข้มแข็งมากพอในการจัดตั้งรัฐบาลและกำกับทิศทางของพรรคร่วมรัฐบาลได้ ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นสีอะไร ตราบใดที่ประชาชนให้ความไว้วางใจพรรคประชาชนมากเพียงพอ เสียงของเราเข้มแข็งเพียงพอเราปฏิเสธรัฐมนตรีสีเทาได้ โดยเราจะไม่ยอมรับคนที่มีประวัติสีเทาเข้าร่วมคณะรัฐมนตรีเด็ดขาด และหากใครทำผิดหรือทุจริตก็พร้อมจะเขี่ยออกทันที

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เมื่อเราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เราเป็นคนกำหนดเงื่อนไข อย่าไปมองว่าเรายื่นมือ หรืออยากจะจับกับใคร ตอนนี้จุดยืนของเรามีเพียงอย่างเดียวคือทำให้การเมืองโปร่งใส ปราศจากทุจริตคอร์รัปชั่น ตอนนี้เราตั้งเงื่อนไขไว้แบบนี้พรรคใดที่จะอ้างว่าเราตั้งเงื่อนไขสูงไป หรือพรรคประชาชนไปเที่ยวชี้หน้าคนอื่นว่าเป็นสีเทา “เราขอปฏิเสธว่าไม่จริง” มาตรฐานที่เราเสนอถือเป็นขั้นต่ำมาก ที่ประเทศไทยควรจะมีมานานแล้ว

=ประกันสังคมผลักดันนานแล้ว

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ประเด็นการผลักดันเรื่องประกันสังคมไม่ได้เพิ่งมาช่วงหาเสียงเลือกตั้ง รอบผลักดันกันมานานแล้วก่อนหน้านี้ รวมไปถึงอีกหลายประเด็นเราก็ผลักดันมาก่อนหน้านี้แล้ว อยากให้ประกันสังคมมีความโปร่งใสมากขึ้น แต่ก็อาจยังไม่ได้เห็นการขับเคลื่อนที่ดีเท่าที่ควร คาดหวังแทนประชาชนแต่ยังยืนยันว่า จริงๆ ถ้าอยากจะทำก็สามารถทำไปก่อนหน้านี้ตั้งนานแล้วเหมือนกัน สำหรับประเด็นเรื่องการใช้งบประมาณตัดชุดสูทสำหรับข้าราชการสำนักงานประกันสังคม ทุกอย่างอยู่ในสายตาของประชาชน สิ่งที่ผู้ประกันตนอยากเห็นคือการใช้เงินในกองทุนที่ผู้ประกันตนทุกคนสมทบเข้ามา เป็นน้ำพักน้ำแรงของผู้ใช้แรงงานทุกคน นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อยู่ต่อผู้ประกันตนทุกคนมากที่สุด มากกว่าใช้เพื่อประโยชน์ของคนบางกลุ่มหรือคนในสำนักงานเท่านั้น

“พรรคประชาชนพร้อมรับฟังข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรมและภาคเอกชน เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นกลไกปฏิบัติที่ชัดเจน และยืนยันว่ารัฐบาลประชาชนเป็นรัฐบาลที่มีเจตจำนงและความพร้อมที่จะลงมือทำทันที เพราะเป้าหมายสำคัญคือการทำให้ประเทศไทยกลับมาสร้างอุตสาหกรรมใหม่ได้จริง ลดต้นทุน เพิ่มความเป็นธรรมในการแข่งขัน และทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตบนฐานที่เข้มแข็งและยั่งยืน” นายณัฐพงษ์ กล่าว