หน้าแรก เศรษฐกิจ ค้าภายใน เปิด...

ค้าภายใน เปิดแผนปี 69 ดึงเอกชนผลิตข้าวกล่อง ดูแลพืชศก.นำร่อง ‘ข้าว-ทุเรียน’

29.01.26 | 17:23 น.
ค้าภายใน

กรมค้าภายใน กางแผนบริหารจัดงาน พืชศก. นำร่อง ข้าว-ทุเรียน ดึงเอกชนผลิตข้าวกล่องพร้อมทานขาย 35 บาท

เมื่อวันที่ 29 มกราคม นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยแผนบริหารงานปี 2569 ว่า กรมจัดทำปฏิทินสินค้าเกษตรสำคัญ ปี 2569 ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์ม ทุเรียน มังคุด ลำไย หอมแดง หอมหัวใหญ่ กระเทียม โดยคาดการณ์ช่วงผลผลิตจะออกสู่ตลาดไว้ครบทุกรายการแล้ว และจัดเตรียมแผนรับมือล่วงหน้า 3 ช่วง คือ ก่อนฤดูการเก็บเกี่ยว ช่วงผลผลิตออกสู่ตลาดมาก และมาตรการดูแลราคาระยะกลางและยาว สำหรับสินค้ากำลังเร่งทำแผนรับมือ คือ ทุเรียน ที่ผลผลิตกำลังจะออกสู่ตลาด และมากสุดเมษายน-พฤษภาคม 2569 โดยปีนี้คาดผลผลิต 1.78 ล้านตัน แบ่วเป็นทุเรียนภาคตะวันออก 1.06 ล้านตัน ภาคใต้ 7.2 ล้านตัน โดยเตรียมแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นฤดูกาล คือ การหาแรงงานทดแทนแรงงานกัมพูชา เข้มงวดเรื่องสารตกค้าง ทั้ง BY2 และแคดเมียม การเตรียมตู้คอนเทนเนอร์รองรับ การประสานด่านชายแดนที่จะส่งทุเรียนเข้าจีน และยังได้เตรียมแผนรับมือช่วงรอยต่อทุเรียนภาคตะวันออกและใต้ที่จะออกมาชนกันช่วงมิถุนายน โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเรื่องล้ง หากบริหารจัดการไม่ดี จะฉุดราคาทุเรียนใต้ช่วงต้นฤดูกาลได้

นอกจากนี้ เตรียมการเรื่องการขนส่งทุเรียนไปจีน ผ่านเส้นทาง R8 R12 R9 ต้องประสานไม่ให้มีการติดขัดหน้าด่าน โดยเฉพาะเส้นทางผ่านจากไทย สปป.ลาว และเวียดนาม เพราะไม่ใช่แค่ทุเรียนไทย ที่จะส่งเข้าจีน แต่ยังมีทุเรียนเวียดนาม ที่ปีนี้คาดว่าผลผลิตออกมากถึง 2 ล้านตัน จะส่งไปแข่งด้วย ส่วนเส้นทาง R3A จากไทยผ่านสปป.ลาวเข้าคุนหมิง ไม่น่าจะมีปัญหา จะผลักดันเข้าสู่จีนตอนกลาง และจีนตะวันตก และมีแผนเปิดตลาดใหม่ อย่างตะวันออกกลาง เน้นการขายทุเรียนแช่แข็ง ทำเป็นเหมือนไอติม พร้อมโปรโมตกระตุ้นการบริโภคทุเรียนไทย ผ่านเทศกาลวันทุเรียนไทย สร้างความเชื่อมั่นส่งออกทุเรียนตู้แรกเข้าสู่จีน รวมทั้งกระตุ้นการบริโภคในประเทศที่มีสัดส่วน 25% และส่งออก 75% โดยตั้งเป้าบริโภคในประเทศ 5 แสนตัน ส่งออก 1.28 ล้านตัน พร้อมร่วมมือกับตลาดค้าส่ง นำทุเรียนกระจายไปยังตำบล อำเภอที่ห่างไกล เชิญอินฟลูเอนเซอร์ มาไลฟ์สดขายทุเรียนที่ตลาด การจัดกิจกรรมโปรโมตให้กับนักท่องเที่ยวได้รู้จักและบริโภคทุเรียนไทย เป้าหมายจีน อินเดีย รัสเซีย เกาหลีใต้ และร่วมมือกับห้างในพื้นที่ ๆ มีนักท่องเที่ยวมาก จัดกิจกรรมกระตุ้นการขาย

สำหรับสินค้าข้าว จัดทำแผนรับมือ โดยข้าวหอมมะลิ ไม่มีปัญหาด้านราคา แต่สนับสนุนให้เก็บข้าวไว้รอขาย ผลักดันใช้ช่องทางของร้านอาหาร Thai SELECT เป็นช่องทางจำหน่าย ส่วนข้าวขาว ข้าวหอมปทุม และข้าวเหนียว มีมาตรการชะลอการขาย เชื่อมโยงผู้ประกอบการข้าวถุง และช่วงผลผลิตออกมาก เปิดจุดรับการ เร่งระบายข้าวถุงผ่านหน่วยราชการ ปั๊มน้ำมัน ธงฟ้า และไอเดียใหม่ กำลังร่วมมือกับผู้ประกอบการทำข้าวกล่องราคาประหยัดจำหน่ายผ่านตู้อัตโนมัติ

“คุยกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และผู้ผลิตรายใหญ่ เรื่องทำข้าวกล่อง ลักษณะถุงสีเงินกดซื้อเอาไปอุ่นแล้วรับประทาน ส่วนตู้กดคุยกับหลายราย ทุกคนเห็นด้วย กำลังเวิร์กกันอยู่ ตั้งเป้าขายกล่องละ 35 บาท คาดกุมภาพันธ์นี้ น่าจะรู้ผล ว่าทำได้มั้ย หรือปรับวิธีการอื่น”

นายวิทยากร กล่าวว่า กรมมีแผนช่วยลดต้นทุนผ่านโครงการธงเขียว จำหน่ายปุ๋ยแคมีและปัจจัยเกษตรราคาประหยัด ช่วยวิเคราะห์ดินให้เหมาะกับการปลูกพืช แก้ไขกฎระเบียบนำเข้าเมล็ดพันธุ์เพื่อให้เอกชนทำได้เร็วขึ้น ส่งเสริมการแปรรูปข้าวไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม เช่น เครื่องสำอาง เครื่องดื่มสุขภาพ ผลักดันปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวไปปลูกพืชเศรษฐกิจ เช่น กล้วยหอม อะโวคาโด ทำสัญญาระหว่างโรงสี ชาวนา ปลูกข้าวและรับซื้อ พร้อมผลักดันข้าวประณีต เข่น ข้าวอินทรีย์ ข้าวคุณลักษณะพิเศษ ข้าวสี ข้าว GI สร้างการรับรู้ทั้งในและต่างประเทศ โดยร่วมมือกับมาสเตอร์เซฟ สายการบิน ในการโปรโมต เชื่อมโยงเข้าสู่โรงแรมและร้านอาหาร ผลักดันเป็นของขวัญเชิงสุขภาพ และเดินหน้าพัฒนาเกษตรกรผู้ปลูกข้าวประณีต ส่งเสริม 300 สายพันธุ์ ผ่าน 200 กลุ่ม แบ่งเป็น 3 กลุ่มช่วยเหลือ กลุ่ม 1 มีความพร้อมผลิต ตลาด ได้มาตรฐาน ช่วยหาตลาด ผลักดันส่งออก กลุ่ม 2 มีข้าว แต่ยังไม่ตรงตามความต้องการตลาด ช่วยพัฒนาหีบห่อ แบรนด์ การตลาด และกลุ่ม 3 มีข้าว ตั้งใจผลิตข้าว แต่ไม่รู้จะเดินต่อยังไง จะเข้าไปช่วยไปสอน

Advertisement

นายวิทยากร กล่าวว่า มาตรการดูแลค่าครองชีพ นอกเหนือจากการจัดธงฟ้าราคาประหยัด และร่วมมือกับผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ห้างค้าส่งค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า จัดลดราคาสินค้าตามเทศกาลต่าง ๆ จะร่วมมือกับตลาดค้าส่งค้าปลีก ตลาดสด ส่งสินค้าไปขายผ่านรถพุ่มพวง ที่แต่ละตลาดมีอยู่แล้ว โดยจะร่วมมือนำสินค้าจำเป็นต่อการครองชีพไปจำหน่าย เช่น น้ำมันพืช ไข่ไก่ น้ำตาลทราย และนำสินค้าเกษตรช่วงผลผลิตออกมาก เช่น ผัก ผลไม้ ไปจำหน่ายด้วย ทั้งนี้ ยังมีแผนร่วมมือกับตลาดสด ส่งเสริมให้เพิ่มเมนูพิเศษ เป็นเมนูธงฟ้า เป็นอาหารตามฤดูผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมากในช่วงนั้น เช่น ไข่ไก่ ก็จะเป็นเมนูไข่ลูกเขย ไข่พะโล้ หรือช่วงหมู ก็จะเป็นเมนูหมูต่าง ๆ โดยคุยเจ้าของตลาดแล้ว