หน้าแรก เศรษฐกิจ ปธ.หอค้า หนุน...

ปธ.หอค้า หนุนแนวผู้ว่าฯ ธปท. ย้ำไทยต้องลงมือทำ แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

29.01.26 | 18:52 น.
ปธ.หอค้า

ปธ.หอค้า หนุนแนวผู้ว่าฯ ธปท. ชี้การเมืองตื่นตัว ขานรับ Zero Corruption ย้ำไทยต้องลงมือทำ แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง

เมื่อวันที่ 29 มกราคม นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การที่ภาคเอกชน นำโดย กกร. และ เพื่อนไม่ทน ชูนโยบาย “Zero Corruption” อย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ทั้งสื่อมวลชนและพรรคการเมือง ออกมาจัดเวทีแสดงความเห็น และนโยบายต่อต้านคอรัปชั่นออกมาเยอะขึ้น สะท้อนถึงความตื่นตัวขานรับข้อเสนอของเอกชนและความคาดหวังของสังคมไทยต่อการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ

ทั้งนี้ ประธานหอการค้าฯ เห็นว่า การประกาศนโยบายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ สิ่งที่ประเทศไทยต้องการในวันนี้คือการแปลงนโยบายไปสู่การลงมือทำจริงอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องจากทุกภาคส่วน

โดยนายพจน์ ได้แสดงความเห็นสนับสนุนแนวคิดของ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่สะท้อนบนเวทีสัมมนา Thailand Blooming 2026 ปลุกอนาคตประเทศไทย จัดโดยเครือมติชน เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2569 ซึ่งชี้ตรงกันว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างรอบด้าน และไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการวิเคราะห์ซ้ำ ๆ แต่ต้องอาศัยการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง

นายพจน์ กล่าวว่า ประเด็นที่ผู้ว่า ธปท. สะท้อน สอดคล้องกับปัญหาที่ภาคเอกชนเผชิญมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเสถียรภาพทางการเมือง การคอร์รัปชันและธรรมาภิบาลที่อ่อนแอ ระบบกฎหมายและการบังคับใช้ที่ล้าหลัง รวมถึงภัยการเงินรูปแบบใหม่ เช่น ทุนเทา สแกมเมอร์ และอาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งล้วนบั่นทอนความเชื่อมั่นและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

“ประเทศไทยพูดถึงการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การเพิ่มผลิตภาพ และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันมานานหลายทศวรรษ แต่สิ่งที่ยังขาดคือคนทำและการทำอย่างต่อเนื่อง วันนี้ภาคเอกชนเห็นชัดเจนว่า หากไม่เร่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เศรษฐกิจไทยจะไม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นายพจน์ กล่าว

Advertisement

ในด้านภาพรวมเศรษฐกิจ ดร.พจน์เห็นด้วยกับการประเมินของ ธปท. ที่คาดว่า GDP ไทยปีนี้มีแนวโน้มเติบโตเพียง 1.5–1.7% ต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี จากหลายปัจจัยทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก การแข่งค่าของค่าเงินบาท การชะลอตัวของการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ รวมถึงสินเชื่อ SME ที่หดตัวต่อเนื่อง ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจขาดสภาพคล่องและไม่สามารถขยายตัวได้เต็มศักยภาพ

ทั้งนี้ หอการค้าไทยสนับสนุนแนวคิด “กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นควบคู่การปฏิรูปเชิงโครงสร้างระยะยาว” โดยในระยะสั้นจำเป็นต้องมีมาตรการประคองเศรษฐกิจ ขณะที่ระยะยาวต้องเร่งลงทุน เพิ่มผลิตภาพ ดึงคนและธุรกิจเข้าสู่ระบบ และทำให้สินเชื่อกลับมาขยายตัว นอกจากนี้ ยังชื่นชมบทบาทเชิงรุกของธนาคารแห่งประเทศไทยในการขยายขอบเขตการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง อาทิ การแก้หนี้ครัวเรือนผ่าน Social AMC การผลักดันเครดิตการันตีฟื้นสินเชื่อ SME การดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท ตลอดจนการปราบปรามทุนเทา การฟอกเงิน และการใช้เงินสดผิดปกติ

ปธ.หอค้า