ปีนี้ปิกอัพแรงเก๋งแผ่ว
โตโยต้าชี้ปัจจัยบวกหนุนตลาดรถ
เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 นาย โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงสถิติการจำหน่ายรถยนต์ปี 2568 พร้อมคาดการณ์ตลาดรถยนต์ไทยปี 2569
สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2568 ยังคงเผชิญกับสถานการณ์ท้าทายจากสภาวะโดยรวมของเศรษฐกิจในประเทศและทิศทางของตลาดในปีที่ผ่านมา สะท้อนมายังตลาดรถยนต์ในประเทศยังคงอยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป มีตัวเลขยอดขายรวมในปี 2568 อยู่ที่ 621,166 คัน หรือเพิ่มขึ้น 8.5% เมื่อเทียบกับปี 2567
สถิติการขายรถยนต์ในปี 2568 ปริมาณการขายรวม 621,166 คัน +8.5% รถยนต์นั่ง 239,236 คัน +6.7% รถเพื่อการพาณิชย์ 381,930 คัน +9.6% รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 187,733 คัน -6.2% รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 143,817 คัน -12.0%
ตลาดรถยนต์ในปี 2568 มีสัญญาณฟื้นตัวขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากแรงสนับสนุนของมาตรการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมการฟื้นตัวยังไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวมและอุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงเผชิญข้อจำกัดหลายประการ โดยเฉพาะระดับหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่
ในส่วนตลาดรถยนต์นั่งเติบโตขึ้นนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการตอบรับมาตรการส่งเสริมจากภาครัฐโดยเฉพาะช่วงปลายปี 2568 อย่างไรก็ตามสำหรับตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ โดยเฉพาะรถกระบะ ยังคงเผชิญความท้าทายเนื่องจากกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัว ประกอบกับความเข้มงวดของเงื่อนไขสินเชื่อ เป็นปัจจัยกดดันต่อการตัดสินใจซื้อและการฟื้นตัวของตลาดในกลุ่มดังกล่าว
สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2569 คาดว่าจะยังคงอยู่ในสภาวะทรงตัว โดยยังคงต้องเฝ้าดูสถานการณ์เศรษฐกิจและทิศทางการเมืองภายในประเทศ รวมถึงสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลกที่จะส่งผลต่อปริมาณการขายและการส่งออกรถยนต์ ตลอดจนการที่ทางสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และทิศทางของนโยบายอัตราดอกเบี้ย เนื่องจากความกังวลต่อความสามารถในการชำระหนี้จากภาวะหนี้ครัวเรือนยังคงสูง
อย่างไรก็ดี เชื่อว่ายังพอมีแรงหนุนด้านอุปสงค์จากกิจกรรมในภาคธุรกิจและการลงทุน นโยบายของภาครัฐจะสนับสนุนการใช้จ่ายให้เร่งตัวขึ้น การขยายตัวของการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมภายในประเทศและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการผลักดันมาตรการสนับสนุนของภาครัฐที่มีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ ตลอดจนการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มาพร้อมกับกลยุทธการส่งเสริมการขายจากผู้ผลิตรถยนต์แบรนด์ต่างๆ ทำให้คาดการณ์ว่ายอดขายรถยนต์ในปี 2569 จะอยู่ที่ 630,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แบ่งเป็น รถยนต์นั่ง 224,500 คัน -6.2% รถเพื่อการพาณิชย์ 405,500 คัน +6.2%
สำหรับโตโยต้า ตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 243,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 6% โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 38.6% แบ่งเป็น รถยนต์นั่ง 80,550 คัน -2.0% เมื่อเทียบกับปี 2567 คิดเป็นส่วนแบ่งตลาด 35.9% รถเพื่อการพาณิชย์ 162,450 คัน +10.0% ส่วนแบ่งตลาด 40.1% รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 99,800 คัน +18.0% ส่วนแบ่งตลาด 48.3% รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 81,800 คัน +17.0% ส่วนแบ่งตลาด 51.4%
สำหรับยอดขายของโตโยต้าในปี 2568 มียอดขายโดยรวมอยู่ที่ 230,038 คัน หรือเพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ยังคงความเป็นผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 หรือเท่ากับ 37.0% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด ครองความเป็นอันดับ 1 ได้ทั้ง 7 ตลาดหลัก โดยเฉพาะตลาดรถยนต์นั่ง โตโยต้าครองส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับ 1 ที่ 34.4% จากความนิยมของรถยนต์ในกลุ่มอีโคคาร์ (ECO Car) ครองส่วนแบ่งการตลาดง 48.7% กลุ่มรถยนต์ไฮบริด (HEV) ครองส่วนแบ่งการตลาด 47.4% จากตลาดรถเครื่องยนต์ไฮบริดทั้งหมด
ขณะที่สัดส่วนยอดขายของตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์อันดับ 1 ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด 38.7% จากรถกระบะไฮลักซ์ ความสำเร็จของ Toyota Hilux TRAVO ใหม่ เปิดตัวปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของไฮลักซ์ในตลาดรถกระบะสูงสุด 48.7% (ตั้งแต่เปิดตัวโครงการ IMV) ช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์เพื่อการพานิชย์ของไทยปีนี้
สถิติการขายรถยนต์ของโตโยต้าปี 2568 มรปริมาณการขาย 230,038 คัน +4.4% ส่วนแบ่งตลาด 37.0% รถยนต์นั่ง 82,258 คัน +22.9% ส่วนแบ่งตลาด 34.4% รถเพื่อการพาณิชย์ 147,780 คัน -3.7% ส่วนแบ่งตลาด 38.7% รถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) 84,754 คัน -6.9% ส่วนแบ่งตลาด 45.1% รถกระบะ 1 ตัน (ไม่รวมรถกระบะดัดแปลง) 70,098 คัน -10.1% ส่วนแบ่งตลาด 48.7%
ในปี 2568 โตโยต้าได้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปไปจำนวน 358,135 คัน เพิ่มขึ้น 6% จากปี 2567 โดยยอดรวมการผลิตรถยนต์สำหรับการขายภายในประเทศและการส่งออกในปี 2568 มีจำนวนทั้งสิ้น 564,933 คัน หรือเพิ่มขึ้น 5 % จากปี 2567
สำหรับเป้าหมายการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปของโตโยต้าในปี 2569 คาดการณ์ว่ายังต้องเผชิญกับภาวะทรงตัวสอดคล้องกับสถานการณ์โดยรวมของเศรษฐกิจโลก หากแต่ยังพอมีสัญญานบวกจากแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มประเทศคู่ค้าในโซนเอเชียและตะวันออกกลาง ส่งผลให้โตโยต้าตั้งเป้าปริมาณการส่งออกรถยนต์อยู่ที่ 425,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และได้ตั้งเป้าการผลิตรถยนต์ทั้งหมดของปี 2569 อยู่ที่ราว 633,850 คัน หรือเพิ่มขึ้น 12% จากปีที่ผ่านมา

