หน้าแรก เศรษฐกิจ แบงก์ชาติ คุม...

แบงก์ชาติ คุมซื้อขายทองออนไลน์ ชี้เป็นแรงกดดันหลักทำค่าบาทแข็ง ไม่หวั่นสหรัฐขึ้นบัญชีปั่นค่าเงิน

30.01.26 | 16:47 น.

แบงก์ชาติ คุมซื้อขายทองออนไลน์ ชี้เป็นแรงกดดันหลักทำค่าบาทแข็ง ไม่หวั่นสหรัฐขึ้นบัญชีปั่นค่าเงิน

น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 ขยายตัวจากไตรมาสก่อน จากทั้งด้านอุปสงค์ภายในและต่างประเทศที่ปรับดีขึ้น สอดคล้องกับด้านอุปทานที่ขยายตัวมากขึ้น จากกิจกรรมภาคบริการที่ขยายตัวในภาคการค้าและท่องเที่ยว สอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับดีขึ้น จากอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ ประกอบกับโรงงานที่ปิดปรับปรุงกระบวนการผลิตกลับมาผลิตตามปกติ อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ติดลบน้อยลงจากราคาหมวดอาหารสด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเป็นบวกชะลอลงจากเดือนก่อน โดยแนวโน้มไตรมาส 1/2569 นี้ ธุรกิจผลิตและส่งออก ยังขยายตัวได้ การท่องเที่ยวเติบโตตามนักท่องเที่ยวกลุ่มระยะไกล ที่เข้ามาเที่ยวไทยมากขึ้น แต่ต้องติดตามผลกระทบการแข็งค่าของเงินบาท

น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า ด้านแนวโน้มธุรกิจที่หดตัว เป็นภาคการค้าที่หดตัวจากฐานสูงของมาตรการ Easy E-Receipt และการระมัดระวังการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่มากขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูงก่อนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ รวมถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หดตัวตามการก่อสร้างภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการใหม่ที่ชะลอการพิจารณาออกไประหว่างรอจัดตั้งรัฐบาลใหม่ รวมทั้งกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ยอดขายฟื้นตัวช้าจากกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ แม้การก่อสร้างโรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั้งดาต้า เซ็นเตอร์ และเอไอยังขยายตัวได้ แต่ยังเทียบกับช่วงไตรมาส 4/2568 ไม่ได้ เนื่องจากการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวทั้งรายจ่ายประจำ และรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง โดยเครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้นในทุกหมวด ส่วนหนึ่งเป็นผลของมาตรการภาครัฐ ซึ่งยังต้องติดตามแรงส่งในระยะข้างหน้า โดยผู้บริโภคยังกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า

น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า สำหรับการกำกับธุรกรรมทองคำบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีธุรกรรมการซื้อขายเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ปริมาณการซื้อขายสูงใกล้เคียงกับการลงทุนในหุ้น และมีบางช่วงที่มากกว่าลงทุนในหุ้นด้วย ทำให้การทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศของบริษัททองคำจึงถือเป็นหนึ่งในแรงกดดันหลัก ที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงที่ผ่านมา จึงมีการดำเนินนโยบายที่เกี่ยวกับธุรกรรมทองคำ เน้นตรงจุด เพิ่มความโปร่งใส และไม่ส่งผลกระทบวงกว้าง

โดยจะกำกับดูแลการซื้อขายทองคำออนไลน์ ได้แก่ 1.กำหนดวงเงินซื้อขายทองคำสกุลเงินบาทบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่มีสัดส่วน 35% ในการซื้อขายรวม โดยวงเงินการซื้อขายไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อคนต่อวันต่อแพลตฟอร์ม แต่ลูกค้าที่มีทองคำในมือมากกว่า 50 ล้านบาท ณ สิ้นวันที่ 30 มกราคม 2569 ไม่ต้องรีบขาย และ 2.ยกระดับมาตรฐานการทำธุรกรรมซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ผ่านการกำหนดเงื่อนไข รายงานข้อมูลการทำธุรกรรมภาพรวมและธุรกรรมที่มีนัยสำคัญเพิ่มเติม

Advertisement

“เงื่อนไขหลักๆ ที่กำหนดเพื่อดูแลซื้อขายทองคำผ่านออนไลน์ ต้องห้ามใช้บัญชีบุคคลอื่น ในการรับจ่ายเงิน ชำระด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น ห้ามรับจ่ายด้วยเงินสด ชำระเงินเต็มจำนวน ห้ามรับจ่ายเฉพาะส่วนต่าง รับมอบทองคำด้วยตนเองเท่านั้น และไม่สามารถโอนทองคำให้แก่ผู้อื่น รวมถึงต้องมีทองคำที่ชำระแล้วในแพลตฟอร์ม จึงจะสั่งขายทองคำได้ ห้ามซอร์ตเซลหรือขายแบบไม่ได้มีของถือครองจริง รวมถึงกำหนดให้ร้านทองรายงานข้อมูลสำคัญ อาทิ ภาพรวมมูลค่าการซื้อขายรายวัน หรือที่มีปริมาณสูง และการรับมอบทองคำที่ซื้อจากแพลตฟอร์มออนไลน์” น.ส.ชญาวดี กล่าว

น.ส.ชญาวดี กล่าวว่า ส่วนกรณีไทยถูกสหรัฐขึ้นบัญชีให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังประเทศปั่นค่าเงินหรือ Monitoring List นั้น ไทยเข้าข่าย 2 ข้อคือ การเกินดุลการค้า และการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด จากทั้งหมด 3 ข้อ จึงถูกจัดไว้ในลิสต์เฝ้าระวัง แต่ยังมีพันธมิตรทางการค้าอื่นๆ อีก 9 ประเทศที่ถูกจับตาในลักษณะเดียวกัน โดยถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะไทยเคยอยู่ในบัญชีนี้มาก่อนแล้ว และที่ผ่านมาก็ได้มีการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ US Treasury อย่างต่อเนื่อง

รวมถึงมองว่า ไม่ได้เป็นข้อจำกัดในการดูแลค่าเงินบาท หรือมีผลกระทบเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบาย เพราะมีประสบการณ์ในการรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้มาแล้ว ซึ่ง ธปท.มีแนวทางหลักในการดูแลค่าเงินเน้นลดความผันผวน ดูแลทั้งบาทแข็งค่าและอ่อนค่า ไม่ได้แทรกแซงเพื่อกำหนดทิศทางไปด้านใดด้านหนึ่งเพียงอย่างเดียว