นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) บรรยายพิเศษ เรื่อง “ทิศทางพลังงานไทย&Energy 4.0” ว่า ตามนโยบายภาพรวมไทยแลนด์ 4.0 สนพ. ได้นำนวัตกรรม เทคโนโลยีด้านพลังงานมาพัฒนาครอบคลุมระบบพลังงานทั้งระบบ เพราะต้องยอมรับว่า ปัจจุบันสถานการณ์การใช้พลังงานของไทยปริมาณสูงมาก แบ่งเป็นระบบขนส่งในสัดส่วน 55 % หรือจัดหาน้ำมันดิบ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน มีความเสี่ยงด้านความมั่นคงพลังงาน เงินไหลนอกประเทศ ด้านไฟฟ้า 22% ซึ่งผลิตจากก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก ส่งผลต่อก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยลดลงต่อเนื่อง จำเป็นต้องนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีมากขึ้น และด้านความร้อน ซึ่งประเทศไทยการใช้พลังงานยังไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนผลิตเพิ่มขึ้น จากการนำเข้าแอลเอ็นจี และส่งผลต่อศักยภาพการแข่งขันในที่สุด
“สนพ. มีความจำเป็นต้องมีแผนระยะยาว เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนพลังงานระยะยาว นอกจากให้ประชาชนตระหนักเห็นความสำคัญการใช้พลังงานมากขึ้น ในช่วงที่พฤติกรรมของคนเข้าหาพลังงานมากขึ้น ทั้ง กระแสการมีโทรศัพท์มือถือมากกว่า 1 เครื่อง ชักโครกแบบใช้กระแสไฟฟ้าเหมือนในญี่ปุ่นเข้ามาไทยมากขึ้น ไมโครเวฟ เตาไฟฟ้า เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าสำคัญแทนก๊าซหุงต้มมากขึ้น โดยเฉพาะสังคมคอนโดมิเนียม เหล่านี้ล้วนแต่ทำให้ปริมาณการใช้พลังงานมากขึ้น นอกจากสนผ.นำร่องครอบครัวประชาชน 100 หลัง เข้ามาทดลองใช้ระบบการตัดไฟอัตโนมัติในช่วงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของประเทศ โดยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตัดกระกระแสไฟฟ้าจากเครื่องปรับอากาศบ้านละ 1 เครื่องเป็นระยะเวลาครึ่งชั่วโมงทุกวัน เพื่อลดการใช้พลัง ซึ่งยอมรับว่า แนวทางนี้ต้องใช้งบลงทุนเยอะมาก ดังนั้นจึงหวังว่าหากโครงการนี้สามารถเป็นรูปธรรมได้จริงจะเป็นอีกแนวทางช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าประเทศระยะยาว ”นายทวารัฐ กล่าว

