หน้าแรก เศรษฐกิจ ธุรกิจรับสร้า...

ธุรกิจรับสร้างบ้าน ชี้ ปี’69 ตลาดนิ่ง 1.9 แสนล้าน หลังเลือกตั้งชง 3 มาตรการ ช่วยฟื้นตลาด

30.01.26 | 19:48 น.
ธุรกิจรับสร้างบ้าน

ธุรกิจรับสร้างบ้าน ชี้ ปี’69 ตลาดนิ่ง 1.9 แสนล้าน หลังเลือกตั้งชง 3 มาตรการ ช่วยฟื้นตลาด

เมื่อวันที่ 30 มกราคม นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เปิดเผยว่า กลยุทธ์สมาคมฯในปี 2569 คงต่อยอดความสำเร็จจากการดำเนินงานในปี 2568 ภายใต้ยุทธศาสตร์ B-Q-O ที่ทำให้สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านและสมาชิกสามารถยืนหยัดและเติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ และขับเคลื่อนองค์กรผ่านยุทธศาสตร์ 3 ปัจจัย คือ B – Brand Awareness (การสร้างแบรนด์และการรับรู้) Q – Quality การยกระดับคุณภาพ O – Organization (องค์กรแห่งข้อมูลและความน่าเชื่อถือ) พร้อมกันนี้ในปี 2569 สมาคม เตรียมจัดตั้ง “บอร์ดภูมิภาค” (Regional Committee) เป็นครั้งแรก โดยนำร่องที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในภูมิภาค อาทิ จัดงานแฟร์สัญจร การเตรียมจัดงานรับสร้างบ้านในภูมิภาคครั้งแรก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารไปยังผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยนำ MR.HO-ME แมสคอตของสมาคมฯ มาเป็นตัวแทนการสื่อสาร และเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศให้มากขึ้น

นายอนันต์กร กล่าวว่า สำหรับปี 2568 สมาคมฯ คาดมูลค่าตลาดรวมบ้านสร้างเองทั่วประเทศอยู่ที่ประมาณ 190,134 ล้านบาท ลดลง 11% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 213,360 ล้านบาท ปัจจัยหลักจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาหนี้ครัวเรือน และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ในส่วนโครงสร้างตลาดบ้านสร้างเอง มีการปรับเปลี่ยนจากเดิมที่ตลาดกรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ในภาวะหดตัวลง จากการชะลอตัวของกำลังซื้อ ขณะที่ตลาดต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคใต้ มีสัดส่วนตลาด 18% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสัดส่วนตลาด 17% หากเจาะลึกเป็นรายจังหวัดที่ทำสร้างยอดสั่งสร้างได้มากสุด ได้แก่ กทม. เชียงใหม่ ชลบุรี โคราช สมุทรปราการ และ ปทุมธานี โดยตลาดบ้านสร้างเอง กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีมูลค่า 43,731 ล้านบาท ลดลงแรงถึงลบ 16% ทำให้สัดส่วนตลาดเหลือ 23%ขณะที่ ตลาดบ้านสร้างเองต่างจังหวัด มีมูลค่าตลาดรวม 146,403 ล้านบาท ลดลง 9% แม้จะหดตัวแต่ยังน้อยกว่า กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนตลาด 23% ส่วนตลาดต่างจังหวัดขยับเป็น 77% ของตลาดรวมทั่วประเทศ

เมื่อเจาะลึกตลาดสร้างเอง แยกเป็นรายภูมิภาค พบว่า ตลาดรับสร้างบ้านในต่างจังหวัดได้รับผลกระทบน้อยกว่ากรุงเทพฯและปริมณฑล โดยภาคใต้ มีมูลค่า 34,224 ล้านบาท สัดส่วน 18% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 32,323 ล้านบาท สัดส่วน 17% ภาคเหนือ 30,421 ล้านบาท สัดส่วน 16%
ภาคตะวันออก 26,619 ล้านบาท สัดส่วน 14% ภาคตะวันตก 15,211 ล้านบาท สัดส่วน 8% ภาคกลาง 7,605 ล้านบาท สัดส่วน 4%

นายอนันต์กร กล่าวว่า การเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะจุดชนวนความเชื่อมั่นและเรียกความเชื่อมั่นผู้บริโภคให้กลับคืนมา

นอกจากนี้ สมาคมฯเตรียมข้อเสนอเชิงรุกต่อภาครัฐใน 3 มาตรการ เพื่อกระตุ้นตลาดบ้านสร้างเอง ปลดล็อกกำลังซื้อ และเป็นการเร่งฟื้นฟูตลาดให้กลับมาเร็วขึ้น ได้แก่

Advertisement

1.โมเดลคนละครึ่งภาคอสังหาฯ เสนอให้รัฐพิจารณามาตรการช่วยจ่าย (Co-payment) เช่น สนับสนุนค่าวัสดุก่อสร้างบางส่วน หรืออุดหนุนดอกเบี้ยช่วงแรก เพื่อลดภาระคนอยากมีบ้าน

2.สมาคมฯ ได้ทำจดหมายส่งถึงกระทรวงการคลัง เรื่องขอให้พิจารณาต่ออายุมาตรการลดหย่อนภาษีออกไปอีก 2 ปี จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2570

3.เตรียมข้อเสนอขยายเพดาน สร้างบ้านลดหย่อนภาษี จากผู้ที่ต้องการสร้างบ้านสามารถนำค่าจ้างก่อสร้างบ้านมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 100,000 บาท ในอนาคตทางสมาคมฯ เตรียมนำข้อเสนอต่อภาครัฐเพื่อขยายเพดานลดหย่อนสูงสุดเป็น 500,000 บาท ซึ่งจะช่วยลดภาระผู้ที่ต้องการการปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง

” ทั้ง 3 มาตรการดังกล่าว นำเสนอเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงในปัจจุบันที่ปรับราคาสูงขึ้น อีกทั้งยังเป็นแรงจูงใจสำคัญให้คนตัดสินใจสร้างบ้านที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งนำมาสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค และส่งเสริมการจ้างงานในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างยั่งยืน โดยปีนี้ตั้งเป้าหมายมูลค่าตลาดรวมไว้ใกล้เคียงกับปี 2568 คือประมาณ 1.9 แสนล้านบาท” นายอนันต์กร กล่าว