หอค้าชี้ ไทยแค่ลิสต์จับตาปั่นค่าเงิน แจงมะกันได้ แอตต้า ผวานิปาห์ฉุด’ตรุษจีน’
นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยกรณีไทยถูกสหรัฐขึ้นบัญชีให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังประเทศปั่นค่าเงินหรือ Monitoring List เมื่อวันที่ 31 มกราคมว่า ไทยเข้าข่าย 2 ข้อคือ การเกินดุลการค้า และการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด จากทั้งหมด 3 ข้อ จึงถูกจัดไว้ในลิสต์เฝ้าระวัง เบื้องต้นถือเป็นการถูกจับตามองเท่านั้น แต่ยังไม่ได้ถูกประกาศว่าไปแทรกแซงค่าเงินหรือปั่นค่าเงินอย่างเป็นทางการ
ซึ่งการถูกจับตามองก็มาจากตัวเลข 2 ตัวที่น่าสนใจคือ 1.การนำเข้าไปสหรัฐพุ่งสูงขึ้นมาก แต่อธิบายได้แน่นอน เพราะไม่ใช่แค่ไทยเท่านั้น เนื่องจากมีการนำเข้าจากหลายประเทศในปริมาณสูงขึ้น เพื่อเลี่ยงภาษีสหรัฐที่สร้างความกังวลต่อการค้าภาพรวม 2.ดุลบัญชีเดินสะพัดไทยที่อยู่ระดับสูง จะประเมินจากการส่งออกและการท่องเที่ยวที่ดีมากๆ เป็นการจับตามองว่าทำอะไรแปลกๆ หรือไม่ รวมถึงตัวเลขอื่นๆ ที่เข้าข่ายสงสัยว่าแทรกแซงค่าเงินหรือไม่ ทำให้ต้องสงสัยได้ แต่ประเทศไทยยังไม่มีตัวเลขอะไรที่จะส่งผลให้สหรัฐขึ้นบัญชีจริง จึงมองว่าไม่ได้มีผลกระทบกับไทย หรือมีความน่ากังวลมากนัก จึงเชื่อมั่นว่าไทยไม่ถูกยกระดับประเทศบิดเบือนค่าเงิน
“หากจะถูกสหรัฐขึ้นบัญชีจริงๆ จะต้องเป็นกรณีของการทุ่มเงินปริมาณมากๆ เพื่อแทรกแซงค่าเงินไม่ให้ขยับแข็งค่าหรืออ่อนค่าอย่างรุนแรง แต่ต้องใช้เงินมหาศาล ซึ่งไทยไม่ได้มีเงินมากขนาดนั้น ทำไม่ได้อยู่แล้ว รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ไม่ได้ทำด้วย ส่วนใหญ่เต็มที่ธนาคารกลางของแต่ละชาติก็คงประเมินค่าเงินที่จะเคลื่อนไหวแข็งหรืออ่อนค่ามากขนาดไหน ปรับทีกี่สตางค์ ผู้นำเข้าและผู้ส่งออกปรับตัวทันหรือไม่ ทำให้ส่วนนี้มองว่าไม่ได้มีความน่ากังวลอะไร หรือมีผลกระทบเกิดขึ้น” นายวิศิษฐ์กล่าว
นายธนวรรธน์ พลิวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า เมื่อประเทศไทยอธิบายว่าสิ่งที่ไทยทำต้องการดูแลค่าเงิน ก็ไม่น่ามีอะไรกระทบต่อสถานการณ์การค้าตามปกติ ตอนนี้ไทยจำเป็นต้องดูแลค่าบาท เพราะแข็งค่ามาก จะไม่เป็นผลดีต่อการค้า การส่งออก หรือภาคท่องเที่ยวไทย
ด้าน นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ทิศทางเทศกาลตรุษจีนปี 2569 เริ่ม13-22 กุมภาพันธ์นี้ ปีนี้ เดิมช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยเติบโตขึ้นได้อย่างดี จึงคาดว่าช่วงตรุษจีนจะโตได้ประมาณ 20% เทียบกับช่วงตรุษจีนปี 2567 แต่เมื่อมีข่าวเชื้อไวรัสนิปาห์ระบาดในอินเดียพบตัวเลขการเดินทางต่อวันที่เริ่มนิ่งลง รวมถึงเห็นยอดจองล่วงหน้าที่ถูกยกเลิกจองไปเล็กน้อย จึงต้องติดตามว่าสัปดาห์นี้แนวโน้มจะเป็นอย่างไร แต่ก็ประเมินว่าตรุษจีนจะบวกกว่าปีที่ผ่านมาเล็กน้อย หากมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามา 1.4-1.6 หมื่นคนต่อวันได้ เทียบกับช่วงที่วิ่งขึ้นไปสูงสุดประมาณ 1.7-1.8 หมื่นคนต่อวัน
“ตรุษจีนปีนี้ถือว่าบวกได้อยู่แต่น้อยลงจากคาดไว้ เพราะหลังปีใหม่นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นได้ดีมาก แต่ตอนนี้เหลือประมาณ 1.3-1.4 หมื่นคนต่อวัน คาดหวังว่าสัปดาห์ถัดไปจะเพิ่มขึ้นไม่ได้นิ่งอย่างที่เป็นอยู่ เนื่องจากรัฐบาลอินเดียได้ประกาศว่าควบคุมการระบาดไวรัสได้แล้ว ที่เหลือก็เป็นรัฐบาลไทยว่าจะประกาศอย่างไรกับการระบาดไวรัสนี้ เพราะเรื่องนี้ถือเป็นความกังวลของตลาดจีนที่มีความอ่อนไหวในเรื่องโรคระบาด ซึ่งเจอมา 2 รอบทั้งโรคซาและโควิด จึงระมัดระวังกับเรื่องโรคระบาดมาก” นายอดิษฐ์กล่าว และ ว่าโรคนิปาห์ถูกประกาศจากรัฐบาลอินเดียแล้วว่าควบคุมได้ ตัวเลขจึงอยากให้เพิ่มขึ้นอีกครั้ง แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะฟื้นตัวแล้วไปต่อได้หรือไม่ เนื่องจากตอนนี้บรรยากาศสะดุดไปจากเดิม และแปลกมากที่จะต้องมาสะดุดก่อนเทศกาลตรุษจีนทุกครั้ง 3 ปีติดแล้วที่เกิดเหตุไม่คาดฝันก่อนตรุษจีนแบบนี้

