“สคร.”ขู่ปิดไอแบงก์ถ้าหาผู้ร่วมทุนไม่ได้

12.05.17 | 19:00 น.

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการแก้ปัญหาธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย(ไอแบงก์) ว่า คงต้องรอให้ไอแบงก์สรุปพันธมิตรร่วมทุนภายในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งเท่าที่ทางฝ่ายบริหารของไอแบงก์ รายงานมา พบว่ามีผู้สนใจติดต่อเข้ามา 3-4 รายเป็นนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่การเจราก็ยังไม่จบสิ้น

“ถ้าการหาพันธบัตรร่วมทุนยังไม่สามารถสรุปได้ อาจต้องพิจารณาแนวทางอื่น เช่นการปิดแบงก์ ระหว่างนี้ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการที่จะไม่มีพันธบัตรร่วมทุนด้วย ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนเงินฝาก ซึ่งได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาแล้ว และการขยายสินทรัพย์ ด้วยการเร่งปล่อยสินเชื่อ เพื่อเอาน้ำดีไล่น้ำเสีย” นายเอกนิติ กล่าว

นายเอกนิติ กล่าวว่า ส่วนแผนการเพิ่มทุน 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อแก้อัตราส่วนของเงินกองทุนต่อสินทรัพย์ เสี่ยง(บีไอเอส) ที่ปัจจุบันติดลบอยู่ถึง 20% จากมาตรฐานขั้นต่ำที่ ธปท.กำหนดไว้ที่ 8.5% นั้น แผนการเพิ่มทุนดังกล่าว จะต้องดำเนินการควบคู่การหาพันธมิตรร่วมทุน ไม่ใช่ว่าใส่เงินเพิ่มทุนเข้าไปก่อน แต่ในที่สุดไม่มีพันธมิตรร่วมทุน สำหรับเงินเพิ่มทุนจะมาจากแหล่งเงินงบประมาณรัฐบาล 2 พันล้านบาท ส่วนที่เหลือกู้มาจากเงินกองทุนแบงก์รัฐ

นายเอกนิติ กล่าวว่า ปัญหาของไอแบงก์เกิดจากการโกง ซึ่งหนี้เสียส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อที่ปล่อยให้กลุ่มธุรกิจที่ไม่ใช่อิสลาม โดยหนี้เสียของธนาคาร 80% มาจากปัญหาของลูกหนี้เพียง 200 รายเท่านั้น ปัจจุบันหนี้เสียของไอแบง์ที่อยู่ราว 5 หมื่นล้านบาท หรือ ราว 50% ของสินเชื่อที่ปล่อยออกไป ซึ่งปัญหาของไอแบงก์ในปัจจุบัน ไม่ต่างกับวิกฤตที่เกิดขึ้นกับสถาบันการเงินในวิกฤตต้มยำกุ้ง แต่ครั้งนี้ เป็นปัญหาเฉพาะธนาคารเท่านั้น ซึ่งการที่ไอแบงก์มีเงินฝากราว 1 แสนล้านบาท แต่มีหนี้เสียถึง 50% ของเงินฝาก ทำให้ธนาคารมีปัญหา