หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.อัดพันล้าน...

พณ.อัดพันล้าน ปล่อย 680 กิจกรรม ดันมูลค่าค้า 1.4 แสนล. จ่อช่วยปมบาทแข็ง หนุนใช้ประโยชน์ทองแพง

2.02.26 | 15:37 น.

พณ.อัดพันล้าน ปล่อย 680 กิจกรรม ดันมูลค่าค้า 1.4 แสนล. จ่อช่วยปมบาทแข็ง หนุนใช้ประโยชน์ทองแพง

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ(DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2569 กรมเตรียม 680 กิจกรรม ผ่านงบประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อผลักดันการส่งออก และส่งเสริมผู้ประกอบการ เปิดตลาดการค้าในต่างประเทศ โดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าการค้า 142,000 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการได้รับประโยชน์กว่า 294,500 ราย ทั้งนี้ กิจกรรมที่ได้จัดในช่วงไตรมาสแรกปีงบประมาณ(ตุลาคม-ธันวาคม 2568) ได้สร้างมูลค่าการค้าแล้วประมาณ 14,000 ล้านบาท และมีผู้ประกอบการได้รับประโยชน์กว่า 43,000 ล้านบาท

สำหรับกิจกรรมเด่นในไตรมาสสองของปีงบประมาณ อาทิ นำร่องจัดงานใหญ่ “DITP EXPO 2026” ระหว่าง 11–13 มีนาคม 2569 ณ ชั้น 3 กระทรวงพาณิชย์ เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตและส่งออกกว่า 100 ราย ได้นำสินค้าหรือบริการที่กรมฯสนับสนุนและประสบความสำเร็จได้มาจัดโชว์ จำหน่าย พร้อมสัมมมนาแลกเปลี่ยนและการเจรจาการค้า เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการใหม่เน้นโอกาสส่งออก

โดยเฉพาะ SMEs และ Startups ได้ต่อยอด รวมถึงกิจกรรมบันเทิงและการแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ มวย ซีรีส์ ลิเก หมอลำ และการพบปะดารา ศิลปิน และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน อีกกิจกรรมงานแสดงสินค้า THAIFEX-HOREC Asia 2026 วันที่ 11 มีนาคม

โดยจัดกิจกรรม Thailand’s Best Friend “มิตรแท้การค้าไทย 2569” เชิญผู้นำเข้าสินค้ารายสำคัญ 20 รายจากทั่วโลก ที่มีศักยภาพการนำเข้าสินค้าจากไทยอย่างต่อเนื่อง และสามารถเพิ่มโอกาสการสั่งซื้อสินค้าและบริการชนิดอื่นๆ ต่อเนื่อง ตลอดจนยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้ากับผู้นำเข้าสินค้า และบริการไทยที่มีศักยภาพต่อไปอีกด้วย รวมถึงการส่งเสริมการค้าออนไลน์ผ่าน THAITRADE.COM ซึ่งได้เชื่อมโยงกับ 8 แพลตฟอร์มใน 10 ประเทศ โดยการยกระดับแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM ร่วมกับสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย อีกทั้งรวมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า การพัฒนาแฟรนไชส์ไทยสู่สากล โดยก่อนหน้าเตรียมเชิญ” ลิซ่า” เป็นแอมบาสเดอร์โปรโมทไทยซีเลกซ์ แต่ติดปัญหาระเบียบและงบประมาณ อีกทั้งเตรียมนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลการค้า

Advertisement

นอกจากนี้ จะจัดโครงการ Special Task Force (STF) บุกตลาดใหม่ใน 6 ประเทศ กว่า 20 กิจกรรม อาทิ เจาะตลาดซาอุดีอาระเบีย จีน อินเดีย เวียดนาม แอฟริกา และลาตินอเมริกา ตั้งเป้าส่งเสริมผู้ประกอบการ 175 ราย และสร้างมูลค่าการค้า 700 ล้านบาท โดยผลการดำเนินงานระยะแรกใน 4 ประเทศ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแล้ว 106 ราย คาดสร้างมูลค่าการค้า 477.52 ล้านบาท และอยู่ระหว่างขยายผลไปยังตลาดแอฟริกาและลาตินอเมริกาช่วงต้นปี 2569

นางสาวสุนันทา กล่าวว่า กรมได้รับมอบหมายให้หารือและจัดหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการและผู้ส่งออกในการลดภาระต้นทุน ที่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า อีกทั้งออกวิธีการหรือมาตรการรองรับที่กรมได้รับมอบหมายให้เพิ่มบทบาท เป็นหน่วยงานแสวงหาแหล่งวัตถุดิบเพื่อให้ในการผลิต เพิ่มความสะดวกในการจัดหาแหล่งนำเข้า การขนส่ง และโลจิสติกส์ต้นทุนต่ำ เตรียมการเปิดตัวแพ็กเกจสินเชื่อใหม่จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไทยขยายตลาดต่างประเทศ

โดยจะมีการประกาศวิธีการช่วยเหลือภาคเอกชน ที่ได้รับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่าภายในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ แนวทางเน้นลดต้นทุนค่าใช้จ่ายชดเชยจากค่าบาทแข็ง ทำให้ราคาขายสินค้าแพงขึ้นและขายได้ยากขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางช่วยเหลือในภาพรวมทั้งกระทรวงพาณิชย์ โดยปัจจัยที่มีผลต่อส่งออกมากสุดในตอนนี้ คือ ค่าบาทแข็ง ต้นทุนสูง และผลกระทบจากภาษีทรัมป์ รวมถึงการใช้ประโยชน์จากแนวโน้มราคาทองคำที่คาดว่าจะยังสูงขึ้นได้อีกในระยะกลาง และยาว

“ปี 2569 การส่งออกไทยเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของค่าเงิน มาตรการกีดกันทางการค้า การแข่งขันที่รุนแรงรอบด้าน วันนี้บาทไทยแพงมากเฉลี่ย 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ค่อนข้างเหนื่อย สินค้าเราดีแต่เทียบคู่แข่งแพงว่ามาก คำสั่งซื้อใหม่ๆก็ยากขึ้น ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการเห็นว่าวันนี้ค่าบาทที่แข่งขันได้ต้อง 33-35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ตอนนี้ที่เราตั้งเป้าสร้างมูลค่าการค้า 1.4 แสนล้านบาท ก็อิงค่าบาท 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งจากนี้ต้องเร่งทำงานอย่างหนักเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ผ่านกลยุทธ์รักษาตลาดเดิม ควบคู่การขยายตลาดศักยภาพใหม่ เจาะให้ตรงเป้าหมายทั้งประเทศและรายสินค้า นอกจากตลาด สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น และอาเซียนแล้ว จะเร่งบุกอินเดีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา ลาตินอเมริกา “ นางสาวสุนันทา กล่าว