บลจ. ทิสโก้ ปลื้มกองทุนรวมโตมากกว่าอุตฯ 2 เท่า ปี69 ตั้งเป้า AUM โต 6-8%
นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา บลจ. ทิสโก้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างต่อเนื่องทั้งธุรกิจกองทุนรวมและธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ จนทำให้มูลค่าสินทรัพย์รวมภายใต้การจัดการ (AUM) ของ บลจ. ทิสโก้เติบโต 10.15% มาอยู่ที่ 448,087 ล้านบาท การเติบโตดังกล่าวมาจากการบริหารผลตอบแทนที่อยู่ในระดับที่ดี ทำให้ได้รับโอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ขนาดใหญ่ในปีที่ผ่านมา และยังได้รับแรงหนุนจากสมาชิกที่มีความเข้าใจด้านการลงทุนมากขึ้น หลังได้รับข้อมูลและคำแนะนำจาก บลจ. ทิสโก้ ส่งผลให้สมาชิกฯ ปรับพอร์ตและเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ จากเดิมที่เน้นตราสารหนี้และหุ้นไทยเป็นหลัก ทำให้ได้รับผลตอบแทนสูงขึ้น และช่วยผลักดัน AUM รวมให้เติบโตตามไปด้วย
นอกจากนี้ ธุรกิจกองทุนรวม ยังเติบโตอย่างโดดเด่นจากตัวแทนผู้สนับสนุนการขายเลือกกองทุนรวมของ บลจ. ทิสโก้เป็นกองทุนแนะนำ ประกอบกับ ในปี 2568 บลจ. ทิสโก้เปิดเสนอขายกองทุนใหม่จำนวน 9 กองทุน (ไม่นับรวมกองทุนทริกเกอร์) ทำให้ AUM ของธุรกิจ Mutual Fund ปี 2568 โตประมาณ 18% มาอยู่ที่ 68,412 ล้านบาท ขณะที่ อุตสาหกรรมเติบโตอยู่ที่ 9% โตกว่าอุตสาหกรรมเกือบ 2 เท่า นายสาห์รัช กล่าว
นายสาห์รัช กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม แม้ในปีที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปรับปรับลดลง สวนทางกับตลาดหุ้นโลก แต่ บลจ.ทิสโก้ยังสามารถเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับลูกค้าที่ต้องการลงทุนในหุ้นไทย เห็นได้จากผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (TISCOHD – A) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในหุ้นไทยที่จ่ายเงินปันผลต่อเนื่องซึ่งอยู่ในดัชนี SET HD 30 Total Return Index โดยใช้นโยบายการลงทุนแบบเชิงรุก ทั้งนี้ กองทุน TISCOHD – A มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี 3 ปี 5 ปี 10 ปีและตั้งแต่จัดตั้งกองทุนถึงปัจจุบัน อยู่ที่ 0.75% 18.90% 14.89% ต่อปี 6.08% ต่อปี 8.73% ต่อปี 8.04% ต่อปี และ 6.57% ต่อปี ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกันดัชนีชี้วัด (Benchmark) ของกองทุนคือ SET High Dividend 30 (SETHD TRI) มีผลตอบแทนย้อนหลังอยู่ที่ 4.73% 19.94% 11.32% ต่อปี 5.78% ต่อปี 8.79% ต่อปี 7.48% ต่อปี และ 5.13% ต่อปีตามลำดับ
ปี69 ตั้งเป้า AUM โต 6-8%
สำหรับในปี 2569 บลจ. ทิสโก้ยังคงมุ่งเน้นการเติบโต โดยธุรกิจกองทุนรวมจะขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางตัวแทนผู้สนับสนุนการขาย และช่องทางออนไลน์ ผ่านการสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งมองหาโอกาสในการออกผลิตภัณฑ์กองทุนใหม่ ๆ รวมถึงการนำเสนอกองทุน ที่ช่วยเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง เช่น กองทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีใหม่ กองทุนที่ตอบโจทย์ยุคดอกเบี้ยต่ำ และกองทุนที่เน้นลงทุนในธีมเด่นในกระแสโลก เช่น กองทุนลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI กองทุนที่ลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับความปลอดภัยของโลกและกองทุนที่สร้างความยืดหยุ่นให้พอร์ตการลงทุน
“ปี 2569 บลจ. ทิสโก้ตั้งเป้า AUM เติบโต 6-8% หรือมี AUM อยู่ที่ 5 แสนล้านบาท และจะเดินหน้าพัฒนาคุณภาพการให้บริการในทุกธุรกิจ เช่น พัฒนาแอปพลิเคชัน TISCO My Funds ให้สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของ บลจ. ทิสโก้ สามารถเช็คยอดเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และสร้างความมั่งคั่งเพิ่มเติมผ่านการลงทุนในกองทุนรวมได้ในแอปพลิเคชันเดียว พร้อมกับให้ความรู้ด้านการลงทุนและการเงินแก่ลูกค้ากองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งในระยะยาว บลจ. ทิสโก้มุ่งหวังเป็น ‘ Life-time Professional Investment Partner ’ ให้ลูกค้าสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืน เกษียณอย่างไร้กังวล และมีความรู้การเงินที่รอบด้าน ” นายสาห์รัชกล่าว
เตรียมเปิดกิจกรรมใหม่
นางแขขวัญ โรจน์วัฒนกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า จากความมุ่งมั่นในการเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างสม่ำเสมอภายใต้ความเสี่ยงที่เหมาะสม ประกอบกับพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินเพื่อการเกษียณที่ครบถ้วนรอบด้านแก่สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ทำให้ปัจจุบันธุรกิจ PVD ของ บลจ. ทิสโก้สร้างประวัติการณ์ใหม่โดยมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) กว่า 328,000 ล้านบาท หรือเติบโต 14.22% จากสิ้นปีก่อน และเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่โต 5.82% ปัจจุบันธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มีจำนวนบริษัทนายจ้างกว่า 5,900 บริษัท และมีจำนวนสมาชิกกว่า 628,000 ราย รักษาแชมป์ส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมกองทุน PVD ทั้งในมุม AUM สูงสุด รวมทั้งจำนวนนายจ้างและจำนวนสมาชิกสูงสุด
สำหรับในปี 2569 ยังคงพัฒนาคุณภาพการให้บริการ โดยเฉพาะการวางแผนการเงินตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงเป้าหมาย “Smart Retirement สุขทุกวันยันเกษียณ” โดยจะนำเสนอสิทธิพิเศษเพื่อการวางแผนการเงินที่ครบวงจรและตรงตามความต้องการของสมาชิกแต่ละราย นอกจากนี้ บลจ. ทิสโก้และกลุ่มทิสโก้เตรียมเปิดตัวกิจกรรมใหม่ “Healthcare Fair on Tour” ต่อยอดภารกิจให้ความรู้ด้านการเงินควบคู่กับการดูแลสุขภาวะของสมาชิก โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลชั้นนำ เดินสายให้ความรู้ด้านสุขภาพและแนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพถึงในองค์กรต่าง ๆ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพอย่างสะดวกมากขึ้น รวมทั้งการวางแผนการเงินเพื่อป้องกันความเสี่ยงค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ พร้อมสร้างความตระหนักรู้เรื่องสุขภาพควบคู่การออมเพื่อเกษียณ ตอกย้ำความสำคัญของสุขภาพต่อการวางแผนการเงินในยุคที่ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น นางแขขวัญ กล่าว
ชูกลยุทธ์ 3 ธีมเปิดโอกาสสร้างผลตอบแทน
นายสุพงศ์วร เมี้ยนโภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า บลจ. ทิสโก้มองว่าภาพรวมการลงทุนปี 2569 แนวโน้มให้ผลตอบแทนที่ดีเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา นโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลกอยู่ในระดับที่ผ่อนคลาย กำไรบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ยังเติบโตได้ดีโดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ AI เศรษฐกิจทั่วโลกยังคงขยายตัวได้ดี และสหรัฐฯ เริ่มผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในการดำเนินธุรกิจ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากภาษีการค้าและความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ รวมถึงความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ และมูลค่าหุ้นหลายตลาดอยู่ในระดับสูง ในส่วนของประเทศไทยมีปัจจัยบวก คือ อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในช่วงขาลง มูลค่าหุ้นอยู่ในระดับต่ำและอัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยบวกรออยู่หากมีรัฐบาลใหม่เข้ามาคาดว่าจะออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ
สำหรับมุมมองการลงทุนในปี 2569 บลจ. ทิสโก้มองว่าจะมี 3 ธีมลงทุนที่เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี คือ 1. ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และระบบอัตโนมัติ เพราะเริ่มเห็นการนำไปใช้จริงในองค์กรทุกขนาด เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการให้บริการ 2. ธุรกิจเฮลธ์แคร์และเวลเนส จากสังคมสูงอายุและพฤติกรรมใส่ใจสุขภาพ ทำให้ความต้องการด้านการแพทย์ และผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพเติบโตต่อเนื่อง อีกทั้งผลประกอบการกลุ่มนี้มักไม่ผันผวนไปตามภาวะเศรษฐกิจ 3. กลุ่ม Defensive เช่น ทองคำ และหุ้นปันผลสูง เป็นกลุ่มที่คาดว่าจะช่วยลดความผันผวนให้พอร์ตและเป็นกันชนเมื่อเกิดความไม่แน่นอน ในช่วงที่มีความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ ดอกเบี้ย และภูมิรัฐศาสตร์ นายสุพงศ์วร กล่าว
“ตลาดหุ้นไทยในปี 2569 บลจ. ทิสโก้คาดว่าดัชนีจะปิดปีที่ 1,350 จุด มีระดับ P/E ที่ 16 เท่า และ EPS ที่ 86.7 เท่า แม้มูลค่าหุ้นจะอยู่ในระดับที่ไม่สูง แต่ Upside ค่อนข้างจำกัด จึงแนะนำให้เน้นเลือกลงทุนในหุ้นที่มีอัตราการจ่ายปันผลสูงเพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว” นายสุพงศ์วร กล่าว

