หน้าแรก เศรษฐกิจ เมืองไทยประกั...

เมืองไทยประกันชีวิต โชว์เบี้ยรวมปี 68 โต 10% ปีนี้เดินหน้า “Go Healthier with MTL”

2.02.26 | 18:35 น.

เมืองไทยประกันชีวิตประกาศกลยุทธ์ปี 69 เดินหน้า “Go Healthier with MTL” ยกระดับการดูแลที่เหนือขั้น ตอกย้ำผู้นำแบรนด์ที่ลูกค้าไว้วางใจในเรื่องชีวิตและสุขภาพ

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL เปิดเผยว่า ความสำเร็จในปี 2568 เมืองไทยประกันชีวิตได้เดินหน้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้ม “เมืองไทยประกันชีวิตขอขอบคุณ ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจาก ‘ลูกค้าคนสำคัญ’ ที่ทำให้ในปีที่ผ่านมาเราสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่ง” โดยปีนี้มีเบี้ยประกันภัยรับใหม่เติบโตขึ้นกว่า 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยแบบประกัน Investment-Linked เติบโต 249% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และแบบประกัน คุ้มครองโรคร้ายแรง (รายเดี่ยว) เติบโต 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านคะแนนความพึงพอใจ (Net Promoter Score) สูงขึ้นจาก 75 คะแนน เป็น 78 คะแนน

นอกจากนี้ อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capitai Adequacy Ratio) ณ สิ้นปี 2568 มากกว่า 350% ซึ่งสูงกว่าระดับเงินกองทุนที่ต้องดำรงตามเกณฑ์ที่หน่วยงาน กำกับดูแลกำหนดที่ 140% ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และความแข็งแกร่งทางการเงินจาก S&P Global Ratings ที่ระดับ BBB+ (Stable Outlook) และ Fitch Ratings ที่ระดับ A- และ AAA(tha) (Stable Outlook)

ขณะเดียวกัน นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เมืองไทยประกันชีวิต รุกเดินหน้านโยบายสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ จากการประเมินล่าสุดโดย MomingStar Sustainalytics สถาบันวิจัยและจัดอันดับความยั่งยืนระดับโลก ด้าน ESG โดยบริษัทฯ สามารถทำคะแนน ESG Risk Rating ได้ที่ 19.9 คะแนน ซึ่งอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำ และจะพยายามทำให้ได้ต่ำมากกว่านี้ โดยหัวใจสำคัญของความสำเร็จนี้มาจากความสามารถในการควบคุมความเสี่ยงด้าน ESG ที่ดี

นอกจากนี้ ยังเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของไทยที่ เข้าร่วมลงนาม UN-supported Principles for Responsible Investment (PRI) พร้อมด้วยการขึ้นทะเบียน คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) กับ องค์การบริหารจัดการ ก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) รวมถึงการเข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทยอย่างต่อเนื่อง นายสาระ กล่าว

Advertisement

=กลยุทธ์ยกระดับสุขภาพปี 69

นายสาระ กล่าวว่า ปี 2569 เป็นปีที่สำคัญของเมืองไทยประกันชีวิตในการก้าวเข้าสู่ปีที่ 75 ที่อยู่เคียงข้างเพื่อส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้แก่ทุกคน พร้อมยกระดับการเป็นคู่คิดที่ลูกค้าไว้วางใจทั้งเรื่องชีวิตและสุขภาพ ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการประกาศเดินหน้ากลยุทธ์ “Go Healthier with MTL” สุขภาพดีขึ้นไปกว่าเดิมกับเมืองไทยประกันชีวิต มุ่งดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาพทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ ช่องทางการขาย นวัตกรรม พาร์ทเนอร์ และ Health Ecosystem ที่มีความหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ในทุกช่วงชีวิตได้อย่างตรงจุด ควบคู่ไปกับนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในทุกก้าว ภายใต้ การกำกับดูแลกิจการและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุลทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาล

นายสาระ กล่าวว่า เมืองไทยประกันชีวิตพร้อมอยู่เคียงข้างตั้งแต่การวางแผนดูแลเชิงป้องกัน เพื่อสุขภาพดีในระยะยาว (Wellness and Prevention) ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการดูแลสุขภาพ เช่น เมืองไทยไตรกีฬาหรือเมืองไทยเชียงใหม่มาราธอน  การดูแลเมื่อเจ็บป่วย ผ่านความคุ้มครองที่เลือกได้ตามใจ บริการต่าง ๆ และพาร์ทเนอร์ที่ครอบคลุมอย่างครบวงจร (Diagnosis and Treatment) ไม่ว่าจะเป็น “MTL Health Buddy” ที่ดูแลหลังการรักษาหรือพักฟื้น รวมไปถึงการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง ผ่านพาร์ทเนอร์ผู้เชี่ยวชาญ (Post-Treatment) อย่าง Health at Home และพาร์ทเนอร์ด้านสุขภาพอีกมากมาย

สำหรับความร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาลคู่สัญญาทั่วประเทศภายใต้โครงการ MTL Hospital Smile Network ครอบคลุมทั้งภาครัฐ เอกชน และโรงเรียนแพทย์กว่า 145 แห่ง เพื่อยกระดับการดูแลผู้เอาประกันอย่างสะดวก และอุ่นใจ ตั้งแต่การลดความกังวลด้านค่าใช้จ่ายส่วนเกิน การประสานงานประเมินค่าใช้จ่ายก่อนการรักษา อย่างรวดเร็ว ไปจนถึงสิทธิประโยชน์และแพ็กเกจผ่าตัดพิเศษ สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทในการดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร นายสาระ กล่าว

=คนซื้อได้ใช้

นายสาระ กล่าวว่า นอกจากนี้  ในด้านของการดูแลสุขภาพทางการเงิน เมืองไทยประกันชีวิต ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ สามารถเข้ามา ช่วยให้การวางแผนชีวิตเป็นเรื่องง่ายขึ้น เลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับช่วงชีวิตได้ตรงจุด ทั้งผลิตภัณฑ์ ทางเลือกในการส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่สะดุด ด้วยแบบประกันภัย “เมืองไทย พรีเมียร์ เลกาซี่” หรือตัวช่วยให้คุณเบาใจ ในวันที่คุณจากไป ด้วยการวางแผนสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้คนที่คุณรักผ่านโครงการ “ShieldLife” รวมถึงประกันรูปใหม่ที่รวมประกันชีวิตและสุขภาพที่ให้คุณดูแลได้ทั้งตัวเองและคนข้างหลังในกรมธรรม์เดียว “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น” พร้อมด้วยประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง ประกันชีวิตควบการลงทุน ประกันอุบัติเหตุ ที่มีอย่างหลากหลาย เข้าถึงได้จริง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าคนสำคัญ

นายสาระ กล่าวว่า นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิต ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “เมืองไทย เฟล็กซี่ โพรเทคชั่น 99/5” แบบประกันชีวิตที่ “คนซื้อได้ใช้จริง” โดดเด่นด้วยคุ้มครองครอบคลุมทั้งชีวิตและสุขภาพ ครบจบในกรมธรรม์เดียว เปลี่ยนทุน ประกันเป็นค่ารักษาพยาบาลได้เมื่ออายุครบ 65 ปี” ช่วยให้อุ่นใจด้วยวงเงินสุขภาพพร้อมใช้ในวัยเกษียณ จ่ายตามจริงทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก จ่ายเบี้ยคงที่ 5 ปี ไม่ปรับเพิ่มตามอายุ พร้อมได้ทำการขยายอายุ รับประกันตามความต้องการของลูกค้า จากเดิมรับได้ถึงอายุ 45 ขยายเพิ่มเป็นอายุ 55 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี กรณีเสียชีวิตทุนประกันที่เหลือสามารถส่งต่อให้คนข้างหลังได้ และเบี้ยประกันสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้

“ทุกคนจะบ่นว่าการซื้อประกันชีวิต “คนซื้อไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ซื้อ” เราจึงพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้เอาประกันสามารถนำเงินทุนประกันมาใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล OPD/IPD และจะเปิดตัวแบบประกัน 99/5 จ่ายเบี้ย 5 ปี ซื้อได้ถึงอายุ 55 ปี ที่ตอบโจทย์คนทำงานและสังคมสูงวัยและลดข้อจำกัดในการซื้อประกันชีวิต” นายสาระ กล่าว

นายสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเร็ว ๆ นี้ เตรียมพบกับโฉมใหม่ของเมืองไทยสไมล์คลับ และ Fit Reward ที่ จะมาร่วมเติมเต็มให้สุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงินที่ดียิ่งขึ้น ด้วยกิจกรรมและสิทธิพิเศษ เหนือระดับ ซึ่งถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดีครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม พร้อมเชื่อมต่อทุกการดูแล สุขภาพในชีวิตประจำวันให้กลายมาเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในโลกยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ซึ่งจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 23 กุมภาพันธ์ นี้

=ตั้งเป้าโต 2-3%

นายสาระ กล่าวว่า อุตสาหกรรมประกันภัยในปี 2569 เป็นปีที่มีความท้าทายสูง จากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ โครงสร้างทางเศรษฐกิจไทยและสังคมผู้สูงวัยที่สูงขึ้นติดอันดับโลก ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยอัตรา medical inflation ปี 2568 อยู่ที่ 10.8% ลดลงจากปีก่อนหน้า เป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมต้นทุนได้อย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ระบบประกันสุขภาพ และเพิ่มโอกาสให้คนไทยเข้าถึงความคุ้มครองได้มากขึ้น

นายสาระ กล่าว่า การเติบโตของเบี้ยประกันรวมของบริษัทฯ ในปี 2569 ตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ระดับ 2–3% ใกล้เคียงค่ากับเฉลี่ยของอุตสาหกรรมประกันภัย ซึ่ง บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต มีมูลค่าเงินลงทุนรวมประมาณ 690,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนราว 80–90% ของสินทรัพย์ทั้งหมด โดยบริหารการลงทุนทั้งในและต่างประเทศภายใต้กรอบกฎหมายและหลักการลงทุนอย่างรับผิดชอบ เพื่อสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนในระยะยาว

“เรามองว่า ปี 2569 ยังคงเป็นปีแห่งความท้าทาย โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มตัวและยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย เมืองไทยประกันชีวิต เราพร้อมยืนเคียงข้าง และดูแลลูกค้าคนสำคัญในทุกช่วงของชีวิตไม่ว่าโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปแบบไหน โดยมุ่งหวังว่าเราจะทำ ให้ทุกคนมีความสุขและรอยยิ้ม เราจะไม่หยุดยั้งการพัฒนา คิดค้นนวัตกรรม รวมถึงบริการที่สามารถเข้าถึงและใช้บริการได้จริง เพื่อเป็นส่วนช่วยให้ทุกคนได้มีสุขภาพดีในทุกด้าน” นายสาระ กล่าว