หน้าแรก เศรษฐกิจ บีโอไอปลื้มญี...

บีโอไอปลื้มญี่ปุ่นจ่อลงทุนเพิ่ม เผยผลสำรวจ”เจโทร”เชื่อมั่นศก.ไทยดีขึ้น

3.02.26 | 06:45 น.
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)

บีโอไอพอใจญี่ปุ่นสนใจลงทุนเพิ่ม เผยผลสำรวจแนวโน้มกเอกชนญี่ปุ่นในไทย ชี้ลงทุนอุตฯยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวดี

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ว่า นายอาเบะ อิจิโระ ประธานเจโทร กรุงเทพมหานคร และหัวหน้าผู้แทนเจโทรประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายซาโต้ ฮิโรยาสุ ประธานหอการค้าญี่ปุ่น และคณะ ได้เข้าพบหารือกับบีโอไอ เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา

ทั้งนี้ได้มีการนำเสนอผลสำรวจแนวโน้มเศรษฐกิจของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย ผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 520 บริษัท ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2568 พบว่า บริษัทญี่ปุ่นมองแนวโน้มเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จะปรับตัวดีขึ้น เมื่อเทียบกับ 6 ไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากการฟื้นตัวของการผลิตและบริโภค โดยเฉพาะธุรกิจใหม่ในหลายอุตสาหกรรมที่บริษัทญี่ปุ่นมองว่าจะขยายตัวดีขึ้น เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ อาหาร ธุรกิจการค้า ธุรกิจการเงิน เป็นต้น

นอกจากนี้ ร้อยละ 23 ของบริษัทญี่ปุ่นที่ตอบแบบสำรวจมีแผนจะลงทุนเพิ่มในไทยภายในปีนี้ ขณะที่ร้อยละ 35 คาดว่าจะส่งออกเพิ่มขึ้น และร้อยละ26 ของบริษัทญี่ปุ่นมีแผนจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทย

นายนฤตม์กล่าวว่า ผลกระทบจากปัจจัยระหว่างประเทศ โดยเฉพาะมาตรการภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐอเมริกา (Reciprocal Tariffs) พบว่า ร้อยละ 44 ของบริษัทญี่ปุ่นในไทยระบุว่า ยังไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ร้อยละ 26 ได้รับหรือคาดว่าจะได้รับผลกระทบ ภาคธุรกิจส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 54 ยังจะคงกลยุทธ์เดิมในการรองรับมาตรการภาษีดังกล่าว รองลงมาคือ การส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาสินค้า การขยายตลาดในประเทศและตลาดอื่นๆ รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ สะท้อนท่าทีของนักลงทุนญี่ปุ่นที่ไม่ตื่นตระหนกมากนัก แต่ยังเฝ้าระวังท่ามกลางความไม่แน่นอนของการค้าโลก

“สำหรับผลกระทบจากการปิดด่านพรมแดนไทย-กัมพูชา ที่ผ่านมา บริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 67 ระบุว่าไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ มีบางส่วนร้อยละ 25 ได้รับผลกระทบด้านโลจิสติกส์และการผลิต เนื่องจากเดิมมีการส่งสินค้าทางบกระหว่าง 2 ประเทศ แนวทางรับมือหลักคือ ปรับไปใช้การขนส่งทางเรือหรือขนส่งทางบกผ่านประเทศลาวและเวียดนามแทน” นายนฤตม์กล่าว
———-

Advertisement