ธปท.สรุปภาวะศก.-การเงินภาคเหนือ ไตรมาส 4 /68 ท่องเที่ยวขยายตัว คาดต้นปีลดลง
เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคเหนือ นายณัฏฐ์ ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการ ธปท. สำนักงานภาคเหนือ เปิดแถลงข่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคเหนือ ไตรมาสที่ 4 ปี 2568 มีการขยายตัวจากไตรมาสก่อน ตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวและผลจากมาตรการกระตุ้นการบริโภค โดยการท่องเที่ยวขยายตัวดี ตามการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวและจำนวนคนร่วมกิจกรรมเพิ่มขึ้น สภาพอากาศเย็นต่อเนื่อง และมีช่วงวันหยุดยาว ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยขยายตัว
ขณะที่ชาวต่างชาติขยายตัวดีตั้งแต่ช่วงเทศกาลลอยกระทงจนถึงปลายปี ด้านการบริโภคขยายตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น และผลของมาตรการกระตุ้นการบริโภคช่วยให้การใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่ ประกอบกับการเร่งซื้อรถยนต์ไฟฟ้าก่อนสิ้นสุดมาตรการอุดหนุนEV3.0 การเบิกจ่ายภาครัฐขยายตัว ตามรายจ่ายหมวดลงทุนที่ผูกพันข้ามปี การผลิตกลับมาขยายตัวจากหมวดอาหารและเครื่องดื่ม และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยังขยายตัวต่อเนื่อง ภาคอสังหาริมทรัพย์ปรับดีขึ้นเล็กน้อย สะท้อนจากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยกลับมาขยายตัวได้บ้าง ด้านการจ้างงานเพิ่มขึ้น สะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนตาม ม.33 เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในภาคการค้าและบริการ
อย่างไรก็ตาม รายได้เกษตรกรหดตัวต่อเนื่อง ตามราคาพืชสำคัญที่ลดลง ทั้งราคาข้าวเปลือกเจ้า อ้อยโรงงาน และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การลงทุนภาคเอกชนหดตัวต่อเนื่อง ตามการลงทุนเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ลดลงจากรถกระบะ แทรกเตอร์ และเครื่องจักรเกษตร ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปติดลบน้อยลงตามราคาสินค้าในหมวดอาหารสดและเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้น
“ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจภาคเหนือ ไตรมาสที่ 1 ปี 2569 คาดว่าปรับลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน ตามการบริโภคภาคเอกชนที่คาดว่าลดลง หลังสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นการบริโภค รายได้เกษตรกร คาดว่าหดตัวต่อเนื่องจากด้านราคา ขณะที่การลงทุนยังขาดปัจจัยสนับสนุน อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจภาคเหนือยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากภาคท่องเที่ยวที่คาดว่าขยายตัวได้ต่อเนื่อง จากการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่มากขึ้น การผลิตคาดว่าขยายตัวจากการผลิตน้ำตาล และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์
ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ทั้งนี้ มีประเด็นต้องติดตาม ได้แก่ 1.แนวโน้มรายได้และกำลังซื้อในภาคเกษตร 2.ความต่อเนื่องของการบริโภคหลังสิ้นสุดมาตรการสนับสนุนภาครัฐ และ 3.ผลของนโยบายการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก นอกจากนี้ได้ประชาสัมพันธ์ 1. โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และภาคสถาบันการเงิน เพื่อให้ลูกหนี้รายย่อยสามารถมาแก้ไขปัญหาหนี้เสียและกลับมาเริ่มต้นทางการเงินใหม่ได้อีกครั้ง 2. โครงการ SMEs Credit Boost เป็นกลไกการค้ำประกันความเสี่ยงสำหรับสินเชื่อใหม่ที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยให้ธุรกิจกลุ่มเป้าหมายที่มีศักยภาพ เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยผู้เข้าร่วมโครงการไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมค้ำประกัน ธุรกิจที่สนใจสามารถติดต่อขอสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

