คปภ.ชู4ยุทธศาสตร์แผน5ปี
ที่โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เพรสทีจ ราชดำริ กรุงเทพฯ นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยถึงแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2569–2573) ว่า แผนดังกล่าวจัดทำขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ “ระบบประกันภัยเป็นกลไกผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจและการจัดการความเสี่ยงภัยของประเทศ” โดยกำหนดกรอบการดำเนินงานระยะ 5 ปี ผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก คือ ยุทธศาสตร์ที่ 1 STABILITY มุ่งสร้างระบบประกันภัยที่มีความยืดหยุ่น แข็งแกร่ง และทนทานต่อการเปลี่ยนแปลง ยุทธศาสตร์ที่ 2 RESILIENCE มุ่งเสริมศักยภาพระบบประกันภัยให้รองรับภัยขนาดใหญ่และความเสี่ยงรูปแบบใหม่ ยุทธศาสตร์ที่ 3 INCLUSION มุ่งผลักดันการเข้าถึงประกันภัยอย่างทั่วถึง และรองรับสังคมสูงวัย และยุทธศาสตร์ที่ 4 TECHNOLOGY & DATA-DRIVEN มุ่งพัฒนาระบบนิเวศข้อมูลประกันภัยและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพห่วงโซ่คุณค่าธุรกิจประกันภัย และเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลในภาพรวม
นายชูฉัตร กล่าวว่า คปภ. ตั้งเป้าการเติบโตของธุรกิจประกันภัยในอัตราที่สูงกว่าการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปัจจุบันธุรกิจประกันภัยไทยเติบโตใกล้เคียง GDP ที่ราว 1.8–2% ต่อปี ขณะที่ในระยะ 5 ปีข้างหน้า ต้องการเห็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 3–4% อย่างไรก็ตาม เป้าหมายสำคัญไม่ใช่ตัวเลขการเติบโตของเบี้ยประกันภัย แต่เป็นการขยายการเข้าถึงประกันภัยให้ครอบคลุมประชาชนทุกระดับและทุกช่วงวัย เพื่อให้ระบบประกันภัยทำหน้าที่เป็นเครื่องมือบริหารและแบ่งเบาความเสี่ยงของประชาชนอย่างแท้จริง
มุ่งประกันรถอีวีครบวงจร
นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ ด้านกำกับธุรกิจประกันภัย คปภ. กล่าวว่า ในช่วง 3–4 ปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่เผชิญความท้าทายด้านการรับประกันภัย ช่วงแรกมีความกังวลเรื่องความเสี่ยงจากแบตเตอรี่ซึ่งมีต้นทุนสูง อย่างไรก็ตาม จากการเก็บข้อมูลพบว่าสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้ดีขึ้น ความท้าทายสำคัญในปัจจุบันอยู่ที่ค่าอะไหล่ซึ่งมีราคาสูง ส่งผลให้ต้นทุนการซ่อมรถอีวีสูงกว่ารถยนต์สันดาป และกลายเป็นปัจจัยหลักต่อการกำหนดเบี้ยประกันภัย ดังนั้น คปภ. จึงเห็นความจำเป็นในการปรับรูปแบบกรมธรรม์ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสภาพตลาด เนื่องจากราคารถอีวีปรับลดลงรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนรุ่นใหม่ ทำให้ลักษณะความเสี่ยงใกล้เคียงสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้ามากขึ้น
นายอาภากร กล่าวว่า ธุรกิจประกันภัยรถยนต์มีสัดส่วนราว 50% ของตลาดประกันภัยรวม และแนวโน้มรถอีวีจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คปภ. จึงบรรจุการพัฒนาระบบนิเวศประกันภัยรถอีวีไว้ในแผนพัฒนาการประกันภัย ฉบับที่ 5 ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ด้านการประกันภัยรถอีวีอย่างครบวงจร ตั้งแต่รูปแบบกรมธรรม์ อัตราเบี้ยประกัน อู่ซ่อม อะไหล่กลาง ระบบข้อมูล ไปจนถึงกลไกการวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า และกำหนดแนวทางการปรับปรุงหรือสนับสนุนระบบประกันภัยให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดในอนาคต

