หน้าแรก เศรษฐกิจ แสนสิริ วางหม...

แสนสิริ วางหมากลงทุนเลือกจังหวะ ฝ่าหมอกเศรษฐกิจปี’69

4.02.26 | 11:00 น.

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2569 กำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ หลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง ทั้งจากนโยบายกีดกันทางการค้า ความเปราะบางเชิงโครงสร้างภายในประเทศ กำลังซื้อและความไม่แน่นอนทางการเมือง ส่งผลให้เศรษฐกิจ 2569 เป็นปีของการประคองตัว

นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ (มหาชน) เปิดเผยกับทางเครือมติชนว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2569 ยังอยู่ในช่วงที่ผู้ประกอบการต้องประคองการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยแต่ละองค์กรมีแนวทางปรับตัวแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างและความพร้อมของแต่ละบริษัท

⦁รุกตลาดคอนโด-ชูภูเก็ตรับเที่ยวฟื้น

นายอุทัยระบุ ปัจจุบัน แสนสิริ ได้ปรับแผนธุรกิจกลับมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมากขึ้น โดยแม้จำนวนโครงการจะเพิ่มขึ้น แต่มูลค่ารวมของโครงการยังใกล้เคียงเดิม สะท้อนให้เห็นว่าขนาดของแต่ละโครงการเล็กลงและกระจายตัวมากขึ้น ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญมาจากการประเมินศักยภาพตลาดที่ยังมีความต้องการอยู่ โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมในจังหวัดภูเก็ตอีกประมาณ 6 โครงการ จากจำนวนโครงการทั้งหมดราว 16-17 โครงการ เนื่องจากมองว่าภูเก็ตยังมีตลาดรองรับทั้งชาวต่างชาติและคนไทย โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานที่เข้าไปทำงานในพื้นที่ ขณะเดียวกันภาคการท่องเที่ยวมีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน สะท้อนจากรายได้โรงแรมที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

จะเห็นได้จากข้อมูลภาคการท่องเที่ยว เช่น รายได้จากค่าบริการของโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งปีที่แล้วอยู่ที่ประมาณ 90,000 บาท ขณะที่ปีนี้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 100,000 บาท สะท้อนให้เห็นว่าภูเก็ตยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี ดังนั้นคอนโดมิเนียมของบริษัทส่วนหนึ่งจึงมีการเปิดตัวในภูเก็ตค่อนข้างมาก

Advertisement

ทั้งนี้ คอนโดมิเนียมของ แสนสิริ ส่วนหนึ่งจะมีการเปิดตัวในจังหวัดภูเก็ตค่อนข้างมาก เนื่องจากบริษัทมองเห็นศักยภาพของตลาดอย่างชัดเจน อีกทั้งได้เริ่มรุกทำตลาดผู้ซื้อชาวต่างชาติอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มรัสเซีย ยูเครน รวมถึงยุโรป ซึ่งโดยเฉพาะตลาดยุโรปเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โดยมีสัดส่วนลูกค้าชาวต่างชาติราว 70% และคนไทยประมาณ 30% ทั้งในมิติของ Real Demand และนักลงทุนทั่วโลก

สะท้อนจากผลการดำเนินงานในปี 2568 เฉพาะธุรกิจคอนโดมิเนียมในภูเก็ตที่สามารถสร้างยอดขายได้กว่า 1,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2567 เล็กน้อย ดังนั้น แสนสิริ จึงเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จต่อในปี 2569 ด้วยการเปิดตัวคอนโดใหม่ล่าสุด RHEA by Sansiri (รีอาบายแสนสิริ) มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท ใกล้หาดสุรินทร์เพียง 600 เมตร และหาดบางเทาเพียง 350 เมตร เป็นทำเลใหม่ที่แสนสิริขยายเข้าไปพัฒนาโครงการ ในเริ่มต้นเพียง 3.99 ล้านบาท พร้อมเปิดให้ลูกค้าชมห้องตัวอย่าง 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่
The Society

⦁ลุยคอนโดทำเลออฟฟิศ-มหา’ลัย

นอกจากนี้ นายอุทัยระบุ สำหรับคอนโดมิเนียมในกรุงเทพมหานคร บริษัทมุ่งพัฒนาโครงการในทำเลแคมปัสคอนโดใกล้มหาวิทยาลัย รวมถึงในจังหวัดอื่นๆ เช่น พัทยาและขอนแก่น โดยเฉพาะพื้นที่ใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งมีนักศึกษาประมาณ 40,000-50,000 คน

โซนในกรุงเทพฯ บริษัทจะพิจารณาทำเลตามแหล่งงานเป็นหลัก โดยในปี 2569 มีโครงการหนึ่งที่เพิ่งเปิดตัวไปชื่อ Love หรือ LOVE Charoen Nakhon (เลิฟ เจริญนคร) ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา และถือเป็นโครงการลักษณะนี้โครงการแรกของแสนสิริ โดยลูกค้าจำนวนมากรอคอยการเปิดตัวโครงการประเภทดังกล่าว

เหตุผลที่บริษัทมีความมั่นใจในการเปิดตัวคอนโดมิเนียม เนื่องจากในปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดโอนคอนโดมิเนียมประมาณ 14,000-15,000 ล้านบาท และยอดขายเพิ่มขึ้นเป็นราว 20,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าความต้องการคอนโดมิเนียมในระดับราคา 3-4 ล้านบาทยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะในทำเลใกล้แหล่งงาน ใกล้มหาวิทยาลัย และใกล้ระบบขนส่งมวลชน

แม้ปัญหาสำคัญจะยังคงเป็นเรื่องการขอสินเชื่อที่ทำได้ยาก แต่ด้วยความแข็งแกร่งของแบรนด์ คุณภาพสินค้า และการดูแลโครงการเดิมอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถาบันการเงินหลายแห่ง อาทิ SCB, KBANK, BBL และ KTB เข้ามาสนับสนุนลูกค้าของบริษัทมากขึ้น

ในปีที่ผ่านมา อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate) ของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 10% เมื่อรวมทุกระดับราคา โดยในกลุ่มราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท มีอัตราปฏิเสธประมาณ 20-30% ขณะที่กลุ่มระดับกลางอยู่ที่ราว 7-8% และกลุ่มระดับบนแทบไม่มีการปฏิเสธสินเชื่อ

ทั้งนี้ ทีมขายของบริษัทมีการคัดกรองลูกค้าและให้คำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา เพื่อไม่ให้ลูกค้าจองแล้วไม่สามารถขอสินเชื่อได้ ซึ่งช่วยลดปัญหาการคืนเงิน และช่วยให้ลูกค้าประเมินศักยภาพทางการเงินของตนเองได้ดีขึ้น

⦁เดินหน้า New S-Curve รับสร้างบ้าน

นายอุทัยระบุ ขณะที่โครงการบ้านเดี่ยวในปีนี้จะเปิดตัวประมาณ 17 โครงการ มูลค่ารวมราว 25,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าตลาดยังอยู่ในภาวะชะลอตัว จึงตั้งเป้ายอดโอนอยู่ที่ประมาณ 20,000 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย โดยส่วนใหญ่เป็นการขยายเฟสในโครงการเดิมมากกว่าการเปิดทำเลใหม่ ทั้งนี้ บริษัทเดินหน้าขยายกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ หรือ New S-curve ตัวใหม่ที่รับสร้างบ้านทั่วประเทศไทยจากแบบบ้านแสนสิริ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีที่ดินเป็นของตนเองและต้องการบ้านที่มีดีไซน์ คุณภาพ และมาตรฐานการก่อสร้าง

โดยลูกค้าสามารถเข้าเยี่ยมชมบ้านตัวอย่างในโครงการต่างๆ ของแสนสิริที่มีมากกว่า 80 แบบให้เลือก เช่น แบบบ้านในโครงการเศรษฐสิริ ที่มีแบบบ้านให้เลือกมากกว่า 5 ดีไซน์ ทำให้ลูกค้าเห็นสัดส่วนและฟังก์ชั่นการใช้งานจริง ทั้งห้องน้ำ ห้องครัว และห้องนอน ทำให้ง่ายต่อการตัดสินใจเมื่อเทียบกับการเลือกแบบจากแคตตาล็อก หรือภาพจำลอง ซึ่งแสนสิริสร้างบ้านผ่านโรงงานระบบพรีคาสต์ (Precast Factory) ทำให้สร้างภายใน 8 เดือน

นายอุทัยระบุ การรับสร้างบ้านเป็นธุรกิจระยะยาว ซึ่งเปิดให้บริการมาแล้ว 8 เดือน ทำยอดขายได้มากกว่า 250 ล้านบาท แบบบ้านที่ได้รับความนิยมสูง ได้แก่ ดีไซน์ Modern Farmhouse และ Modern Classic

ในปี 2569 แสนสิริตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 500 ล้านบาท คาดว่าภายใน 4 ปีนับตั้งแต่ปี 2568 จะสามารถทำยอดขายได้ถึง 1,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี จากคุณภาพ มาตรฐานและความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์แสนสิริ

⦁ยึด Well-being เข็มทิศ ปี’69

นายอุทัยยังระบุ ปีนี้ แสนสิริได้ กำหนด Well-being และ Wellness เป็นธีมหลักของการพัฒนาโครงการ โดยบริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสุขภาพของผู้อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน

หนึ่งในนั้นคือแนวคิด “บ้านปลอดฝุ่น” ซึ่งแสนสิริดำเนินการมาหลายปีแล้ว แม้ในช่วงที่ค่าฝุ่น PM2.5 ภายนอกสูงถึงระดับ 150 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ภายในบ้านของแสนสิริสามารถควบคุมค่าฝุ่นให้อยู่ต่ำกว่า 10 ได้

โดยบริษัทให้ความสำคัญตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ปลอดสารระเหย (VOC) การใช้พลังงานสะอาด ระบบระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้บ้านไม่อับชื้นและไม่เกิดเชื้อรา รวมถึงการออกแบบสระว่ายน้ำระบบเกลือ พื้นที่สีเขียวภายในโครงการ การปลูกผัก
ปลอดสาร และการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพในชุมชน

นอกจากนี้ แสนสิริยังทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านสุขภาพ อาทิ โรงพยาบาล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการดูแลสุขภาพของลูกบ้านในระยะยาว

“นิยามของแสนสิริ ปี 2569 มองว่า ภาวะเศรษฐกิจตอนนี้เหมือนการขับรถในหมอก มองไปข้างหน้าไม่ชัด ถามว่าจะให้เร่งความเร็วหรือไม่ คงไม่กล้า สิ่งที่ทำได้คือรักษาความเร็วในระดับที่เหมาะสม ซึ่งแค่นั้นก็ถือว่าเร็วกว่าคนอื่นแล้ว” นายอุทัยทิ้งท้าย